Home News แสง-เงา และ ภาพวาด กับผลงานสุดเข้มข้น “The Revenant”

แสง-เงา และ ภาพวาด กับผลงานสุดเข้มข้น “The Revenant”

0 1118

ในผลงานที่ตามหลัง Birdman มาติดๆ … ผู้กำกับ อเลฮานโดร จี อินาร์ริตู นำเอาความหลงใหลต่อการทำหนังที่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันมาสู่โลกใหม่ใน The Revenant เขาและผู้กำกับภาพที่ร่วมงานกันมานานอย่าง เอมมานูเอล “ชิโว” ลูเบซกี ได้ตัดสินใจในประเด็นสำคัญหลายเรื่องตั้งแต่แรกๆ ซึ่งกลายมาเป็นกฎในการถ่ายทำ …

  • ประการแรก ทั้งสองตัดสินใจถ่ายทำหนังเรื่องนี้ตามลำดับเวลาเพื่อให้การเดินทางของกลาสไหลไปตามธรรมชาติ
  • ประการที่สอง ทั้งสองตกลงถ่ายทำหนังเรื่องนี้โดยอาศัยเพียงแสงอาทิตย์และแสงจากดวงไฟโดยไม่ใช้อุปกรณ์ให้แสงสังเคราะห์จากช่วงศตวรรษหลังๆ และทำงานกับแสงตามธรรมชาติด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์
  • ประการที่สาม พวกเขาต้องการสำรวจช็อตยาวต่อเนื่องลื่นไหลซึ่งสร้างชื่อให้ทั้งสองแต่ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากใน Birdman

อินาร์ริตูมักจินตนาการภาพใน The Revenant ว่าเหมือนการทำให้ภาพวาดซึ่งเน้นแสงและเงาแบบ Chiaroscuro (คือการใช้ค่าต่างแสงระหว่างความมืดและความสว่างทำให้เห็นปริมาตร รูปทรง และบริเวณที่ว่างอย่างชัดเจนขึ้น) … “เช่นเดียวกับที่ Birdman ได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรี อินาร์ริตูกล่าว “หนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาด ชิโวรับบทบาทอันน่าทึ่งในการสร้างหนังเรื่องนี้ให้เป็นงานทัศนศิลป์

judith_beheading_holofernes_by_caravaggio

(ตัวอย่างภาพวาดที่ใช้แสงเงาแบบ Chiaroscuro)

Gerrit_van_Honthorst_-_De_koppelaarster

(ตัวอย่างภาพวาดที่ใช้แสงเงาแบบ Chiaroscuro)

ด้วยการทำงานกับกล้อง Arri Alexa 65 อันทันสมัย ซึ่งเป็นกล้อง large-format รุ่นใหม่เอี่ยมจากบริษัทกล้องดิจิตัลผู้นำการบุกเบิก ลูเบซกีใช้เลนส์กว้างหลายขนาดตั้งแต่ 12 มม. ไปจนถึง 21 มม. เพื่อสร้างความลึกเต็มที่ ความยืดหยุ่นของระบบนี้เอื้อต่อการเคลื่อนกล้องซึ่งบ่อยครั้งเปลี่ยนจากภาพโคลสอัพแบบแนบชิดไปเป็นภาพพานอรามาให้สอดคล้องกับแอ็คชัน ภาพความฝัน และ อารมณ์ในหนัง ทีมงานใช้สามแนวทางผสมกัน คือ กล้องเลนส์ยาวบนเครน กล้องสเตดีแคม และกล้องที่ถือด้วยมือ เพื่อให้อินาร์ริตูสามารถเรียงลำดับภาพในภายหลังเหมือนเป็นผู้ออกแบบการเคลื่อนไหวร่วมกับนักตัดต่อรางวัลออสการ์ สตีเฟน เมอร์ริโอน 

therevenant_crew

การใช้ภาพลองช็อตกับการถ่ายทำในพื้นที่รกร้างซึ่งคาดเดาไม่ได้เลยเป็นเรื่องใหม่สำหรับทุกคน ความท้าทายนี้ชวนสับสนในตอนเริ่มแรก เพราะทีมงานอยู่ในคัลการีช่วงฤดูหนาวซึ่งช่วงกลางวันสั้นมากอยู่แล้ว ทีมงานต้องถ่ายทำในกรอบเวลาสั้นๆ และเผชิญความกดดันอย่างสูง ในแต่ละช็อตไม่มีใครแน่ใจได้ว่าการถ่ายทำเทคที่สองหรือเทคที่สามจะเป็นไปได้หรือไม่

“เราต้องวางแผนจังหวะเวลาทั้งหมด หาช่วงเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวันจากนั้นก็ภาวนาให้สภาพอากาศคงที่” อินาร์ริตูกล่าว “เป็นเรื่องท้าทายและสนุกแต่ก็ต้องอาศัยเวลา การวางแผน และการฝึกซ้อมอย่างมากเพื่อให้ออกมาตามที่ต้องการ มีร่องรอยความดิบหยาบและบรรยากาศบางอย่างที่เราต้องการคงไว้ สภาพเงื่อนไขที่เรากำหนดไว้เฉพาะเจาะจงมาก เราจึงต้องอดทนมากๆ หรือไม่ก็ผลักดันและสร้างให้เกิดสภาพนั้นขึ้นมา ผมคิดว่าเรากลายเป็นนักวางกับดักในแบบของเราเอง เราวางกับดักล่อสถานการณ์แบบที่เราต้องการ”

The-Revenant-Behind-the-Scenes-Leonardo-DiCaprio-and-Alejandro-G-I-rritu-the-revenant-39221873-1181-786

The Revenant ไม่เพียงนำลูเบซกีมายังแดนตะวันตกแต่ยังมาสู่ภาพฝันในจิตใต้สำนึกของกลาสด้วย อินาร์ริตูอธิบายว่า “ในการเดินทางของกลาส ขณะที่เขาอยู่ตามลำพังและร่างกายเสื่อมถอยลง หนทางเดียวที่จะรู้ได้ว่าเขาเป็นใครในฐานะมนุษย์คนหนึ่งก็คือการมองผ่านภาพจินตนาการและความฝันซึ่งช่วยให้เราได้รู้สภาพจิตใจและอดีตของเขา” 

นักแสดงทุกคนตกตะลึงกับสไตล์ภาพของชิโวซึ่งช่วยผลักดันพวกเขาไปอีกระดับ “งานภาพของชิโวกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการของอเลฮานโดร” ดิคาปริโอตั้งข้อสังเกต “ทั้งสองคนนำตัวเองเข้าไปซึมซับเนื้องาน จากนั้นก็ทำงานกับนักแสดงเพื่อประสานการเคลื่อนไหวและช็อตที่ซับซ้อนอย่างน่าเหลือเชื่อ สิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ในหนังเรื่องนี้ก็คือความจริงเสมือนซึ่งทำให้คุณรู้สึกว่าได้ออกไปเผชิญสภาพต่างๆ ร่วมกับตัวละคร คุณได้เห็นภาพผ่านมุมมองของกลาสจนถึงขั้นที่คุณแทบจะรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในจิตใต้สำนึกของเขา”

“The Revenant” … ฉายแล้ว วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

REVENANT_1Sht_CampB_Academy