Home News เจาะเบื้องหลังงานสร้าง “THE INFILTRATOR” ผลงานเข้มข้นครั้งใหม่ของ ไบรอัน แครนสตัน

เจาะเบื้องหลังงานสร้าง “THE INFILTRATOR” ผลงานเข้มข้นครั้งใหม่ของ ไบรอัน แครนสตัน

0 1165

ถือเป็นปีทองของ ไบรอัน แครนสตัน นักแสดงเจ้าของ 3 รางวัลเอมี่จาก ซีรี่ส์สุดฮิต “Breaking Bad” ที่ได้รับบทนำในภาพยนตร์อาชญกรรมสุดเข้มข้น  The Infiltrator … หนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงของ โรเบิร์ต เมเซอร์ หอกสำคัญของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่แฝงตัวเข้าไปในวงจรของพ่อค้ายาระดับบิ๊กชาวโคลอมเบีย พาโบล เอสโคบาร์ และนำไปสู่การทลายแหล่งฟอกเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ต่อยอดไปถึงการนำจับผู้ต้องหากว่า 80 คน และทำให้ธนาคาร BCCI (ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกในตอนนั้น) ต้องล้มครืนและปิดกิจการ … ไม่มีใครคาดคิดว่า ปฏิบัติการในครั้งนั้น เต็มไปด้วยความแสบ ความดิบ ความโลดโผนราวกับอยู่ในหนังจน โรเบิร์ต เมเซอร์ และพรรคพวก ได้รับการยกย่องให้เป็น “ปฏิบัติการปลอมตัวที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์อเมริกา”

The Infiltrator ดัดแปลงมาจากหนังสือขายดี ซึ่งแจกแจงปฏิบัติการอันน่าเหลือเชื่อนี้อย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปิดคดี กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากทั้งในหมู่นักอ่าน และสายข่าวอาชญากรรม ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันหวาดเสียวเสียยิ่งกว่าเรื่องแต่งเสียอีก … โดยตัวหนังเป็นผลงานกำกับของ แบรด เฟอร์แมน (The Lincoln Lawyer) นำแสดงโดย นักแสดงตัวฮ็อตลำดับต้นๆ ของวงการ ไบรอัน แครนสตัน ที่ตัวเขาเองการันตีว่า “ถ้าตัวละครมันไม่สนุกจริง ผมก็ไม่เล่นหรอก”

เบื้องหลังงานงานจารชนครั้งหลอกโลก

TI_DAY09_LD_284.NEF

รูปกายภายนอกนั้นหลอกตากันได้, โรเบิร์ต “บ๊อบ” เมเซอร์ นั้นดูเป็นคนธรรมดาๆ แต่แท้จริงแล้ว เขาได้ผ่านเรื่องราวที่โลดโผนจนยากจะเชื่อได้ว่ามันเกิดขึ้นจริง เขาเป็นอดีตตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและเป็นพ่อที่รักลูกรักเมีย ดูเป็นผู้ชายทั่วๆ ไป แต่กลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจับกุมอาชญากรกว่า 80 คน และเป็นตัวหลักในปฏิบัติการตำรวจนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวไปอยู่ในแก๊งค้ายา และทลายแก๊งได้ราบคาบ จนนับเป็นคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาใช้เวลากว่า 2 ปีในการสวมบทบาทนักฟอกเงินข้ามชาติ โดยใช้ชื่อว่า บ๊อบ มูเซลล่า แต่ไม่ใช่แค่ชื่อปลอม หรือเอกสารปลอมเท่านั้นหรอกที่ทำให้งานสำเร็จ แต่เขาต้องสวมบทแบบทุ่มทั้งกายและใจ เพื่อให้แก๊งค้ายา “เมเดลลิน คาร์เทล” แก๊งใหญ่ที่สุดในอเมริกา รวมถึงคนในวงการธุรกิจค้าเงินผิดกฎหมายยอมเชื่อเขาอย่างสนิทใจ เรื่องราวทั้งหมดของเขาอยู่ใน The Infiltrator ปฏิบัติการที่ชวนให้หัวใจคุณหยุดเต้น โดยชายธรรมดาๆ ที่อาศัยความกล้าทำเรื่องที่ไม่ธรรมดา ในบรรยากาศอันฉูดฉาดของยุค 80

บ๊อบได้ยินคนนั้นคนนี้ยุมาหลายทีแล้วว่า เรื่องราวของเขานั้นมันพิเศษจนเขาควรเขียนเป็นหนังสือ แต่เขาก็ลังเลมาตลอด จนกระทั่งได้มีโอกาสมารับงานเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านข้อมูลให้กับหนังฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่ง เขาจึงกลับมาทบทวนความคิดนี้อีกครั้ง “ผู้กำกับหนังเรื่องนั้นบอกว่า ผมน่าจะเอาเรื่องของตัวผมเองมาทำเป็นหนังนะ แต่ก็น่าจะลองเขียนเป็นหนังสือก่อน เมื่อสำเร็จเป็นหนังสือหนึ่งเล่มแล้ว ก็จะเป็นฐานในการพัฒนาเป็นภาพยนตร์ได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นผมก็เริ่มลงมือเขียนหนังสือ เค้นประสบการณ์ที่เคยผ่านมาทั้งหมดลงไปเป็นตัวอักษร” เขาเลือกที่จะบอกเล่าช่วงเวลา 2 ปีอันแสนหฤโหดของชีวิตการเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบลงในหนังสือความยาว 350 หน้าที่ตื่นเต้นชนิดคนอ่านวางไม่ลง จนกลายเป็นหนังสือขายดีในปี 2009 โดยตั้งชื่อหนังสือว่า The Infiltrator: Undercover in the World of Drug Barons and Dirty Banks (นักแทรกซึม: ตำรวจนอกเครื่องแบบในโลกของพ่อค้ายาและธนาคารจอมฉ้อฉล) และก็อย่างที่คาดไว้ เรื่องราวของเขาก็ได้รับการถ่ายทอดขึ้นจอใหญ่ในที่สุด

TI_DAY19_LD_451.NEF

มิเรียม ซีกัล โปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ ยื่นหนังสือเล่มดังกล่าวให้ผู้กำกับ แบรด เฟอร์แมน แล้วบอกสั้นๆ ว่า “อ่านเถอะ” เฟอร์แมนเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากนั้นเรื่อง The Lincoln Lawyer ที่สร้างจากนิยายขายดีของไมเคิล คอนเนลลี่ ตอนซีกัลอ่านหนังสือจบ เธอก็นึกถึงเฟอร์แมนทันที และมองเห็นความเป็นไปได้ว่าหนังจะต้องออกมาดีแน่ๆ เธอจึงโทรหาผู้กำกับหนุ่มคนนี้ ใช้เวลา 4 ชั่วโมงจนตอกย้ำความมั่นใจของตนเองได้ “ฉันคุยกับแบรดยาวเลย และชอบวิสัยทัศน์ของเขา ว่าเขาจะทำเรื่องนี้เป็นหนังอย่างไร”

เมื่องานเริ่มเดินหน้า ฝ่ายคัดเลือกนักแสดง เกล สตีเฟ่นส์ ก็จัดการควานหานักแสดงตามคำสั่งของผู้กำกับ “แบรดมีสายตาแหลมคมในการคัดเลือกนักแสดง” ซีกัลกล่าว “ฉันทำงานกับผู้กำกับมาหลายคน แต่ฉันว่าเขาเป็นคนแม่นยำเรื่องการคัดเลือกตัวแสดงที่สุด ถ้าไม่ได้อย่างที่ถูกใจ เขาก็จะไม่หยุดหา หาไปทั่วทั้งในสเปน เยอรมนี แล้วไปเจอคนโคลอมเบียนที่อยู่ในลอนดอน เขาอยากได้อะไรที่ดูจริง” การหาคนที่จะมาเล่นเป็น บ๊อบ เมเซอร์ จากประสบการณ์ของแบรด เฟอร์แมนใน The Lincoln Lawyer เขารู้ทันทีว่า คนที่เหมาะที่สุดกับบทคือ ไบรอัน แครนสตัน ซึ่งตอนนี้ถือได้ว่าฮอตสุดๆ จากบทบาทที่กวาดรางวัลมาเพียบในซีรี่ส์ Breaking Bad ทางฝ่ายแครนสตันนั้น เพิ่งจะได้รางวัลโทนี่จากการเล่นบท ปธน.ลินดอน บี จอห์นสัน บนเวทีละครบรอดเวย์ และกำลังมองหาบทเจ๋งๆ เพื่อเล่นหนังอีกรอบ “เขาก็ดูโดดเด่นที่สุดในบรรดาตัวเลือกที่เราลิสต์ขึ้นมา” ซีกัลเล่า ซึ่งทางด้านแครนสตันก็พอใจกับงานนี้มาก “แบรดเป็นผู้กำกับที่ไฟแรงมาก และซื่อสัตย์ต่อตนเองมากๆ ด้วย ผมเชื่อใจเขา และนั่นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการเล่นหนัง คุณต้องเชื่อใจผู้กำกับ เชื่อว่า เขาจะไม่ปล่อยแต่ละซีนผ่านไปง่ายๆ หากยังไม่พอใจถึงที่สุด และทำแบบนั้นมันเวิร์คจริงๆ มันทำให้เขาเค้นเอาการแสดงที่ดีที่สุดจากคุณ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีต่อนักแสดง”

10097 The Infiltrator - Photo Nick Wall.NEF

จอห์น เลกีซาโม่ เคยเล่นในหนังเรื่องแรกของเฟอร์แมนเรื่อง The Take กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับคนเดิมอีกครั้งในบท เอมีร์ อาเบรอู คู่หูที่พูดเป็นต่อยหอยของบ๊อบ เมเซอร์ “เขาชอบสิ่งเดียวกับที่ผมชอบ และก็เป็นสิ่งเดียวกับที่บ๊อบและเอมีร์ชอบ นั่นคือ การไล่ล่าอันน่าตื่นเต้น เรากำลังจะสร้างประสบการณ์อะดรีนาลีนสูบฉีดบนจอหนังที่คุณไม่มีทางได้สัมผัสในชีวิตจริง”  อีกคนที่เคยร่วมงานกับเฟอร์แมน และมาเล่นในหนังเรื่องนี้คือ ยูล บาสเกซ “ผมรู้จักแบรดตั้งแต่ก่อนเขาเริ่มทำหนังเสยอีก ตอนนั้นเขาทำงานเบื้องหลังสักอย่าง เขาพูดกับผมว่า ผมเป็นคนทำหนัง วันหนึ่งผมจะทำหนังของตัวเอง แล้วก็จริงของเขา สองปีต่อมา ผมไปเที่ยวทะเลคาริบเบียนกับเมีย แล้วโทรศัพท์ผมก็ดัง แบรดโทรหาผม เขาบอกว่า เขากำลังจะทำหนัง และอยากให้ผมมาเล่นในหนังของเขา ผมยังไม่รู้หรอกว่ามันเป็นหนังอะไร ผมไม่สนด้วย ไอ้หมอนี่มันน่ารัก ใครๆ ก็อยากทำงานกับเขา”

เบนจามิน แบรตต์ ก็เล่าเรื่องราวคล้ายกับคนอื่น ถึงความทะเยอทะยานของผู้กำกับ “ผมรู้จักแบรดมานานมากๆ ตั้งแต่เขายังเป็นเด็กอายุ 19 ผมยังจำได้เลยตอนที่เขาบอกว่า เขาอยากทำหนัง ผมก็ตอบไปเล่นๆ ว่า เออ เอาเหอะ แล้วดูเขาตอนนี้สิ เวลาผ่านไปยี่สิบปี ผมใช้คำว่าภูมิใจกับเขาไม่ได้หรอก ผมโคตรประทับใจในตัวเขาต่างหาก เขาฉลาด และเขาเข้าใจเรื่องที่จะเล่าได้ดี”

TI_DAY011_LD_002.NEF

นักแสดงสาวชาวเยอรมันผู้โด่งดังจาก Inglourious Basterds ไดแอน ครูเกอร์ มาเล่นบท เคธี เออร์ตซ์ ตัวละครสำคัญของเรื่อง เธอเล่าว่าเธอประทับใจหนังเรื่อง The Lincoln Lawyer มาก “ฉันอยากจะเจอแบรดมานานแล้ว แล้วเราก็ได้ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน แล้วเขาก็ปล่อยอิสระให้ฉันได้แสดงความเห็นเลย มันเป็นการครีเอทงานที่สนุกมากๆ”  นักแสดงดาวรุ่งชาวอังกฤษ โจเซฟ กิลกัน ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อจะที่ช่วงชิงบท โดมินิก มาให้ได้ แถมต้องเอาชนะใจผู้กำกับด้วย เนื่องจากตัวเขาไม่ใช่ดารามีชื่อเสียง เขาเล่าประสบการณ์ตอนมาออดิชั่นบทให้ฟังว่า “แบรดทำหน้านิ่ง จ้องผมแล้วถามว่า คุณหิวข้าวเหรอ? ผมตอบว่า อดอยากมานานแล้ว ให้งานผมเหอะ แล้วเขาก็เลือกผม เขาไว้ใจผมกับบทนี้”

ตัวละครหลักอีกตัวที่ขาดไม่ได้ คือบทที่เล่นโดยนักแสดงสาวผู้เคยเข้าชิงออสการ์ เอมี่ ไรอัน มาเสริมทับในวินาทีสุดท้าย ซีกัลยอมรับว่าบท บอนนี่ ทิชเลอร์ นั้นเป็นบทที่ทรงพลังมาจากบทหนึ่งในบทภาพยนตร์ จำเป็นต้องเฟ้นหานักแสดงที่ตรงกับบทจริงๆ และซีกัลก็ดีใจที่ได้เอมี่ ไรอันมาเล่นบทที่ “สตรองสุดๆ” ได้ ด้านไรอันนั้นก็กล่าวชื่นชมผู้กำกับเฟอร์แมนว่า “แบรดเป็นคนที่มีพลังสูงมากและน่ารักมาก เขาใส่ใจกับรายละเอียดของทุกคนเลย เขาพยายามทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัว ที่จะต้องประสบความสำเร็จไปด้วยกัน”

และด้วยความรู้สึกว่าการทำหนังเหมือนกับการร่วมงานกับครอบครัวนั้นเอง แบรด์ เฟอร์แมน เลยเลือกแม่ของตัวเอง เอลเลน บราวน์ เฟอร์แมน มารับหน้าที่ดัดแปลงบทภาพยนตร์ ซึ่งเธอก็ค่อยๆ ขึ้นโครงเรื่องอย่างละเอียดลออร่วมกับลูกชายของเธอ และทีมงาน โดยใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อจะทำให้โปรเจคต์นี้เกิดขึ้นมาได้ ทั้งสองแม่ลูกเข้าขากันได้ดีจนประทับใจทีมงาน เอมี่ ไรอัน บอกว่า “เขาต้องเป็นลูกชายที่น่ารักมากแน่ๆ” ทางด้าน คริสเปียน ซัลลิส ผู้ออกแบบงานสร้างที่เคยเข้าชิงออสการ์มาแล้ว 3 ครั้ง ก็เล่าให้ฟังว่า “ตอนเขาบอกว่า แม่เขาเป็นคนเขียนบท ผมแทบจะเด้งตัวออกจากโซฟาด้วยความตื้นตัน ผมมีความสุขมาก ไม่เคยเห็นผู้กำกับคนไหนเขียนบทกับแม่ตัวเองมาก่อน”

TI_DAY22_LD_476.NEF

บทภาพยนตร์นั้นผ่านการเห็นชอบทุกอย่างจากเมเซอร์ “เธอ (แม่ของแบรด) และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหมด ให้ความเคารพต่อสิ่งที่ผมเขียนมาก และพวกเขาก็ดูมีอารมณ์ร่วมกับมันมากด้วย และแม้ผมจะทราบดีว่า การดัดแปลงเรื่องจริงเป็นบทภาพยนตร์นั้นจำเป็นต้องมีการแต่งเติมเสริมเข้าไป แต่สิ่งที่พวกเขาใส่เข้ามา ก็ยังคงแกนของเรื่องเดิมได้ครบถ้วน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมพึงพอใจมาก” สำหรับบ๊อบ เมเซอร์แล้ว ความปีติอย่างสูงสุดในการนำเรื่องราวของตนเองขึ้นจอใหญ่ คือการได้บอกเล่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการคอรัปชั่น, การค้ายาเสพติด และองค์การอาชญากรรมข้ามชาติ อันเป็นสิ่งที่เขาอุทิศตัวเองมานับสิบปีเพื่อจัดการกับมัน ประสบการณ์สองปีเต็มๆ ในการทลายแก๊งค้ายาและธนาคารยักษ์ใหญ่ ได้ถูกกลั่นออกมาให้กลายเป็นหนังความยาวแค่ 2 ชั่วโมงที่ระทึกทุกวินาที “หนังเรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริง แต่ไม่ได้จะทำให้มันสมจริงไปหมด มันต้องมีความบันเทิงรวมอยู่ด้วย และมีคนเก่งๆ มากมายที่อยู่เบื้องหลังหนังเรื่องนี้ ที่ได้ทำให้มันกลายเป็นหนังที่ดูสนุกมากๆ” เขาลงท้ายว่า “เรื่องความเนียนแล้ว พวกเขาเก่งกว่าผมเยอะ”

THE INFILTRATOR มีกำหนดเข้าฉายในบ้านเรา 15 กันยายน ในโรงภาพยนตร์

infiltrator