Home Review Star Trek Beyond การเริ่มต้นเดินทางจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง!

Star Trek Beyond การเริ่มต้นเดินทางจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง!

0 2679

Star Trek Beyond คือหนังที่เฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 50 ปีของ Star Trek และแน่นอนว่า Justin Lin ก็ไม่ทำให้เหล่าแฟน ๆ ผิดหวังเลย

21TSJca

Star Trek Beyond มันเป็นหนังที่ “สนุกและมันส์” พร้อมทั้งเอาใจแฟนทั้งสองฝั่ง(พูดถึง Treky และ non-Treky) ได้ค่อนข้างลงตัว อีกทั้งยังเป็นการ Tribute ตัวมันเองเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของแฟรนไชร์นี้ได้อย่างแยบยล (เดี๋ยวค่อยพูดถึง) ซึ่งอรรถรสและเสน่ห์ทั้งหมดของแฟรนไชร์นี้มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความ “น่าจดจำ” ให้ในทุก ๆ ตัวละครของเหล่าลูกเรือเอ็นเตอร์ไพส์ (โดยเฉพาะการจับให้โบนส์และสป็อคคู่กัดตลอดการมาอยู่ด้วยกันคือสิ่งที่พีคมาก และแฟน ๆ หลายคนอยากเห็น), มุกตลกที่มาจากคำพูดเหน็บแนม, การต่อสู้กันโดยใช้สมองและความสามารถของยานอย่างถึงที่สุด (มันเลยทำให้ฉาก Sabotage มันงดงามมาก) และทั้งหมดที่กล่าวไปนั้นคือสิ่งที่เวอร์ชั่น J.J. ขาดหายไป ถึงอย่างไรก็เถอะ แม้ว่ามันจะสนุกและมันส์มากขนาดไหนก็ แต่มันก็ยังคงเป็นสไตล์ของ Justin Lin อย่างชัดเจน คือดูเอามันส์ กับบทที่อ่อนปวกเปียก โดยเฉพาะประเด็น Unity ที่ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นธีมหลักอีกอย่างของเฟรนไชร์นี้อยู่แล้ว เพียงแต่มันไม่ได้พูดตรง ๆ หรือฮาร์ดเซลขนาดนี้ และนั่นทำให้ส่วนตัวแล้วนั้นไม่ยังไม่สุดและท็อปฟอร์ม แต่มันก็คือการเริ่มต้นที่ดีของเฟรนไชร์นี้…. “แต่เอาจริง ๆ มันไม่สามารถบอกได้เลยว่าแต่ละภาคมันดีแย่กว่ากว่ากันขนาดไหน เพราะจุดเด่นจริง ๆ ของ Star Trek คือทุกภาคมันขึ้นอยู่กับสไตล์แต่ละผกก มันเปรียบเสมือนการดู ซีรี่ส์ จบในตอน และ Star Trek ก็คืออย่างงั้น ซึ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ผูกเพียงเส้นเรื่องใหญ่ คือการ ผจญภัยหาโลกใหม่ ๆ เพื่อทำการทูตและหาสันติให้กับจักวาลเท่านั้นเอง”

 

Star-Trek-Beyond-2016-Movie-Stills

Star Trek Beyond Kirk Yorktown

star-terk-beyond-scotty-jaylah

ต่อไปจะเป็นการกล่าวอ้างถึงการ Tribute ที่ส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าจงใจ หรือ เราแค่ระลึกถึงมันไปเอง แต่ทั้งหมดนี้คือสิ่งดีงามที่สุด และน่าจดจำที่สุด ของ Star Trek ตอน Beyond (จริง ๆ มึงควรตั้งชื่อตามหลังเป็น Episode ไปเลยก็ได้! 55555)

Star Trek Beyond planning

เปิดมาที่ฉากโบนส์คุยกับเคิร์ก เรื่องเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เคิร์กมีความรู้สึกซึมเศร้า จากการผจญภัยที่ไร้จุดหมาย รวมถึงเป็นจังหวะวันเกิดของเคิร์กพอดีด้วย ซึ่งฉากนี้อ้างอิงถึงตอน Star Trek III : The Search for Spock ซึ่งในฉบับนี้เหมือนกัน แต่ต่างกันที่เคิร์กจะซึมเศร้าเพราะการจากไปของ Spock พอหลังจากนั้นก็พอจะจับทางได้แล้วว่า ช่วงครึ่งแรกของหนังนั้น(อาจจะต้องการ Tribute ให้กับ Star Trek III : The Search for Spock) เพราะตั้งแต่ภารกิจ ยันเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันช่างคล้ายคลึงกันยิ่งนัก รวมไปถึงสิ่งต่าง ที่เกิดขึ้นอีกนับไม่ถ้วน แต่ใช่ว่า Justin Lin จะ Tribute แค่ Star Trek ภาคเก่า ๆ เท่านั้น แต่การเลือกใช้เพลง Sabotage นั้นมันคือการ Tribute ให้กับ Star Trek Remake ( J.J. Abrams) เพียงแต่ว่าใน Star Trek นี้เป็นฉากเปิดตัวของ James T. Kirk แต่สำหรับใน Star Trek Beyond มันเป็นฉากเปิดตัวของ USS Enterprise Crews the New Generation และการเปิดตัวว่าเป็น Gay ของ Sulu นั้นคือการให้เกียรติกับ George Takei (เจ้าของบท Sulu คนเดิม) ที่เปิดตัวว่าเป็น Gay และเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวของกลุ่มเพศที่ 3 อีกด้วย สุดท้ายกับฉากไว้อาลัยให้กับ Leonard Nimoy aka. Spock ที่มาได้ถูกช่วงจังหวะ และยิ่งใหญ่ ช่างสมกับการจากไปของเขายิ่งนัก เพียงแค่เปิดภาพของเหล่า First Crew of USS Enterprise แค่นี้ก็อธิบายอะไรได้หลาย ๆ อย่างแเล้ว (ซึ่งฉาก ๆ นี้มันคือการส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฮืออออออออออ) และคิดว่าฉากนี้้คือการบ่งบอกถึงชื่อตอนอย่าง Beyond เพราะถึงแม้ว่าหลังจากนี้ต่อไป USS Enterprise ก็ยังจะคงสำรวจเสาะหาสิ่งมีชีวิตและอรรยธรรมใหม่ ๆ เพื่อนำเทคโนโลยีหรือสร้างสัมพันธภาพทางการทูตเพื่อความสงบสุขของจักวาล แต่อาจจะ Beyond ไปกว่าฉบับดั้งเดิมอย่างเต็มรูบแบบ ทั้งสไตล์ และความตัวละคร แต่ทุกอย่างยังคงวนเวียนอยู่ในโลกของ Trek-World

” I have been and always shall be your friend ”
” Live Long and Prosper ” Spock and Chekov ”

anton-yelchin-star-trek

"For the Love of Spock" - A Documentary Film