Home Featured Special’s Pick!! : สรุปผลงาน 7 ค่ายหนังยักษ์ ปี 2013!!

Special’s Pick!! : สรุปผลงาน 7 ค่ายหนังยักษ์ ปี 2013!!

    0 851

    ผ่านพ้นปี 2013 กันไปแล้ว 3 วันนะครับ…และเราก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่ปี 2014…ปีที่มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจเข้าฉายมากมายอีกปีหนึ่ง…ทั้งหนังไทย และ หนังเทศ…

    แน่นอนครับว่าเมื่อสิ้นสุดในแต่ละปี…ย่อมต้องมีการสรุปผลงาน และ ผลประกอบการออกมา ทั้งที่รวบรวมข้อมูลกันในภายใน และ จากภายนอกองค์กร…

    ใน Hollywood เวลานี้ ก็มี studio ยักษ์ใหญ่อยู่หลายเจ้านะครับ ที่มีผลงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ออกมาให้ได้ชมกันหลายต่อหลายเรื่อง…ซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องคาดหวังผลกำไรกันอยู่แล้ว…แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป…

    ฉะนั้นแล้ว…เรามามองย้อนกลับไปดูกันดีกว่านะครับ ว่าค่ายยักษ์ใหญ่ทั้งหลายนั้น ฟาดเงินผู้ชมกันไปเท่าไหร่บ้าง?? โดยเราจะค่อยๆสรุปไปทีละค่าย ตามลำดับของปีนี้นะครับ…^-^

    ————————————————————————-


    เริ่มด้วยค่ายที่ทำเงินสูงที่สุดประจำปีนี้…หลังจากที่เป็นพระรองมาตลอดตั้งแต่ปี 2011…มาปีล่าสุดนี้ Warner Bros. ก็กลับมาผงาดง้ำค้ำโลกกันอีกครั้งนะครับ!!

    ปีที่ผ่านมา ค่ายนี้ได้ปล่อยภาพยนตร์เข้าฉายทั้งสิ้น 19 เรื่อง…เริ่มจาก Gangster Squad และเรื่องสุดท้ายของปีอย่าง Grudge Match…โดยที่ภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของปีให้แก่ Warner Bros. ก็คงหนีไม่พ้น การกลับมาของคนบ้าที่ไม่ใส่กางเกงในแล้วก็บินได้อย่าง Man of Steel ที่ทำเงินทั่วโลกไปได้ 662.8 ล้านเหรียญ ซึ่งโกยเงินในบ้านไปได้ 291 ล้าน…

    นอกจากพี่ซุปฯแล้ว…ยังมีภาพยนตร์ฮิตเกินคาดอย่าง Gravity ที่โกยเงินทั่วโลกไปอีก 653.3 ล้าน…รวมทั้ง The Hobbit: The Desolation of Smaug ที่เพิ่งเข้าฉายในช่วง เดือนธันวาคม ไปเอง…แต่ก็โกยเงินทั่วโลกไปแล้วถึง 633.1 ล้านเหรียญ…

    แม้ว่าจะทำเงินในบ้านได้น้อยเกินคาดก็ตาม…แต่ว่า Pacific Rim ก็ยังขายได้ในตลาดโลกนะครับ…ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 407.6 ล้าน…และภาพยนตร์อย่าง The Hangover Part III กับ The Great Gatsby ก็ทำเงินอยู่ในระดับที่น่าพอใจนะครับ ราวๆ 350 ล้าน…รวมทั้งอีก 1 เซอร์ไพรซ์ฮิตอย่าง The Conjuring ที่โกยเงินทั่วโลกไปถึง 316.7 ล้าน จากทุนสร้างเพียงแค่ 20 ล้านเหรียญเท่านั้น!!

    แต่ว่าก็ยังมีเจ็บอยู่เล็กๆจาก Jack the Giant Slayer ที่ดันไม่เปรี้ยง…แต่ก็ยังคงทำเงินทั่วโลกได้เท่าทุนสร้างที่เฉียดๆ 200 ล้านไปได้…นอกนั้นก็ไม่ค่อยมีเรื่องไหนที่ขาดทุนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะทำเงินเท่าทุนสร้าง…เว้นแต่หนังฟอร์มเล็กๆอย่างพวก Bullet to the Head และ Getaway…

    ทำให้ยอดรวมของปีนี้ Warner Bros. ทำเงินทั่วโลกเป็นอันดับ 1 ที่ 5.04 พันล้านเหรียญ นะครับ!! มากกว่าปีที่แล้วที่ทำไว้ 4.25 พันล้าน…โดยที่แยกเป็นรายได้ในอเมริการาวๆ 1.9 พันล้านเหรียญ…โดยที่มีภาพยนตร์ถึง 8 เรื่องที่ทำเงินในบ้านทะลุ 100 ล้านนะครับ!! ซึ่งปกติแล้วค่ายมักจะทำได้อยู่ที่ประมาณปีละ 5 เรื่องเท่านั้น…รวมทั้งยังทำลายสถิติเดิมของปี 2009 ที่ทำเอาไว้ 7 เรื่องอีกด้วย!!

    โดยที่ปี 2014 นี้…Warner Bros. จะมีภาพยนตร์เข้าฉายประมาณ 18 เรื่องนะครับ…โดยมี hi-light ประจำปีอยู่ที่ The Lego Movie, 300: Rise of An Empire, Transcendence, Godzilla reboot, Edge of Tomorrow, Horrible Bosses 2, The Hobbit: There and Back Again รวมทั้งโปรเจคต์ยักษ์อย่าง Interstellar ที่ร่วมทุนสร้างกับทาง Paramount อีกด้วย นั่นเองครับ!!

     

    1553344_636392429754464_1176991712_o

     

    อันดับที่ 2 ของปีนี้กลับกลายเป็น studio ที่มีหนังทำเงินสูงที่สุดแห่งปีอย่าง Disney (Buena Vista) ซะงั้นครับ!!

    ปีนี้ Disney ปล่อยหนังมาให้ชมกัน 10 เรื่อง…เริ่มที่ Oz The Great and Powerful และปิดท้ายด้วย Saving Mr. Banks…โดยที่เรื่องที่สร้างเงินให้ค่ายมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น เตารีดอันที่ 3 เอ้ย!! Iron Man 3 ที่ทำเงินทั่วโลกไปถึง 1,215.4 ล้านเหรียญ!! โดยในบ้านนั้นฟาดไป 409 ล้าน…

    แม้ว่าหนังจะไม่เยอะเท่าเจ้าอื่น แต่ก็ทำเงินเยอะเสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ…ทั้ง Monsters University ที่การกลับมารอบนี้โกยเงินทั่วโลกไปได้ 743.6 ล้าน…รวมทั้ง Thor: The Dark World ที่เหวี่ยงค้อนดูดเงินคนดูมาได้ 629.9 ล้าน…รวมทั้งโปรแกรมฮิตท้ายปีอย่าง Frozen ที่ตอนนี้ทำเงินทั่วโลกแล้ว 539.1 ล้านเหรียญ…แถม Oz The Great and Powerful ก็ทำเงินทั่วโลกเฉียดๆ 500 ล้านด้วยเช่นกัน…

    แต่ใช่ว่าจะมีแต่หนังทำเงินนะครับ…ปีนี้ Disney เจ็บหนักพอสมควรจาก The Lone Ranger…ซึ่งลงทุนสร้างไป 215 ล้าน…กลับได้คืนมาทั่วโลกเพียง 260.5 ล้านเหรียญเท่านั้น!! ในอเมริกาก็ทำเงินไปเพียงแค่ 89.3 ล้านเท่านั้น…ว่ากันว่า Disney ทำเงินหายไปกับหนังเรื่องนี้ร่วมๆ 200 ล้านเหรียญเลยทีเดียว!! รวมทั้ง The Fifth Estate…drama ที่ดึงดาราอย่าง Benedict Cumberbatch, Daniel Bruhl และ Stanley Tucci มาแสดงนำ…อันนี้ขนาดหนังไม่ฟอร์มใหญ่ ยังเจ๊งเละเลยครับ…

    สรุปรวมแล้ว…ปีที่ผ่านมา Disney ทำเงินทั่วโลกไปได้ 4.73 พันล้านเหรียญ…มากกว่าปีก่อนหน้าที่ทำไว้ 3.6 พันล้าน…โดยทำเงินในบ้านไป 1.72 พันล้าน…เป็นสถิติของค่ายอีกเช่นเดียวกัน…

    แล้วปีนี้ล่ะ?? Disney จะมีหนังเข้าฉาย 14 เรื่อง…ซึ่งทีเด็ดน่าจะอยู่ที่ Need for Speed, Muppets Most Wanted, Captain America: The Winter Soldier, Maleficent, Guardians of the Galaxy, Big Hero 6 และ Into the Woods…

     

    1601962_636426369751070_1853547799_o

     

    ไปๆมาๆ…กลายเป็นยักษ์หลับไปเสียได้นะครับ สำหรับ Paramount Pictures…

    ปี 2013 ที่ผ่านมา…เข็นหนังออกมาให้ชมกัน 9 เรื่อง (Top Gun 3D เราไม่นับเน้อ)…เริ่มจาก Hansel and Gretel: Witch Hunters ไปจนถึง The Wolf of Wall Street…ซึ่งปีอันเหน็บหนาวที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น…ก็ยังมี World War Z ที่ทำเงินทั่วโลกไปได้ 540.2 ล้านเหรียญ…โดยโกยเงินในบ้านไป 202.4 ล้าน…

    เรื่องอื่นๆอย่าง Star Trek Into Darkness ที่รายได้อาจจะน้อยกว่าที่คาดกันซักหน่อย…แต่รายรับทั่วโลก 467.4 ล้าน ก็ไม่ถือว่าน้อยเลยนะครับ…รวมถึง G.I. Joe: Retaliation ที่แม้ว่าจะมีเสียงด่าหนักก็ตาม…แต่ก็หลอกเงินคนดูทั่วโลกมาได้ 375.7 ล้านเหรียญ…ในขณะที่ Hansel and Gretel: Witch Hunters แม้ว่าจะเจ๊งคาบ้านก็ตาม แต่ไปโกยเอาทั่วโลก จนรวมได้ 225.7 ล้านเหรียญ…

    นอกนั้นก็จะเป็นหนังเน้นขายให้มะกันชนอย่าง Jackass Presents: Bad Grandpa และ Anchorman 2: The Legend Continues ที่มาฉายช่วงปลายปี และก็ทำเงินเกิน 100 ล้านในบ้านกันแล้ว…ส่วนหนังฟอร์มเล็กๆ (ของป๋า Michael Bay) อย่าง Pain and Gain ก็ทำเงินทั่วโลกได้โอเคอยู่ที่ 86.1 ล้านเหรียญ…

    แม้ว่าจะตามชาวบ้านมาที่อันดับ 7…แต่ทาง Paramount ก็ยังคงพอใจกับรายได้รวมทั่วโลก 2.27 พันล้านเหรียญ…ซึ่งน้อยกว่าปี 2012 ที่ทำเอาไว้ 2.31 พันล้าน ไปไม่เท่าไหร่…และก็คงจะยิ้มได้อีกเพราะว่า ไม่มีหนังฟอร์มใหญ่เรื่องไหนเจ๊งครับ!! ^-^

    และปี 2014 นี้…เหมือนจะเป็นปีทวงแค้นของ Paramount เลยก็ว่าได้…เพราะว่าเตรียมส่งหนังมาให้ชมกัน 11 เรื่อง…โดยที่จะมีทั้ง Paranormal Activity: The Marked Ones, Paranormal Activity 5, Jack Ryan: Shadow Recruit, Noah, Transformers: Age of Extinction, Hercules, Teenage Mutant Ninja Turtles reboot, Hot Tub Time Machine 2 และรวมทั้ง Interstellar ที่ไปร่วมทุนกับทาง Warner Bros. และทาง Paramount จะเป็นผู้จัดจำหน่ายในอเมริกานะครับ!!

     

    886184_636421299751577_250808447_o

     

    สำหรับค่ายที่กำลังจะขึ้นมาเป็นใหญ่อย่าง Lionsgate นั้น…ปี 2013 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าอยู่ในช่วยกำลังขยายร่างอยู่นะครับ!!

    ปีที่ผ่านมา มีหนังเข้าฉายทั้งหมด 21 เรื่องเลยทีเดียว…เริ่มจาก Texas Chainsaw 3D และปิดท้ายด้วย Tyler Perry’s A Madea Christmas…โดยที่แชมป์ของค่ายนี้นั้น ไม่บอกก็คงจะรู้กันอยู่ดีแหละครับ ว่าต้องเป็น The Hunger Games: Catching Fire ที่ทำเงินทั่วโลกไป 802.3 ล้านเหรียญ…เฉพาะในอเมริกาก็โกยไป 398.3 ล้านแล้ว…

    อีกเรื่องที่ฮิตเกินคาดอย่าง Now You See Me ก็ทำเงินทั่วโลกได้ถึง 351.7 ล้านเลยนะครับ…นอกนั้นก็จะเป็นหนังกลางๆที่ทำกำไรพอตัวอย่าง Warm Bodies ที่โกยเงินทั่วโลกมาได้ 117 ล้าน…กับ Escape Plan ที่แม้ว่าในอเมริกาจะเจ๊งยับ…แต่รายได้รวมทั่วโลก 123.1 ล้านก็คงพอให้ สิงโต คำรามได้เบาๆล่ะครับ…

    นอกนั้น…ทำรายได้ต่ำกว่าที่ค่ายหวังเอาไว้ทั้งสิ้น ทั้ง ทู่เรศ เอ้ย!! Red 2 ที่ได้เงินทั่วโลกมาเพียง 142.1 ล้าน…จากทุนสร้างถึง 84 ล้านเหรียญ…รวมทั้ง 1 ในความน่าผิดหวังในด้านรายได้อย่าง Ender’s Game ที่แม้ว่าหนังจะไม่ได้ย่ำแย่อะไร…แต่กลับได้เงินทั่วโลกเพียงแค่ 88.5 ล้านเท่านั้น…

    รวมทั้งปีนี้เหมือนเป็นปีชงของ Tyler Perry นะครับ…เพราะว่าหนังของเขาทั้ง Tyler Perry’s Temptation: Confessions of a Marriage Counselor, Tyler Perry’s A Madea Christmas และ Tyler Perry Presents Peeples นั้น…ทำเงินน้อยกว่าที่คิดไว้ทุกเรื่อง…โดยเฉพาะเรื่องสุดท้าย ที่เจ๊งยับที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว…

    ยับเยินที่สุดก็คงจะเป็น The Last Stand ของ ลุงอาร์นี่ นั่นแหละครับ…ทำเงินทั่วโลกไปเพียง 48.3 ล้านเหรียญ…โดยเฉพาะในอเมริกานั้น…รายได้ 12 ล้านเหรียญนั้น ต่ำที่สุดในชีวิตลุงแกเลยทีเดียวครับ โดยมีเพียงแค่ Red Sonja ที่เข้าฉายในปี 1985 เท่านั้นที่ได้น้อยกว่า!!

    แต่ถึงยังไง… Lionsgate ก็สามารถทำรายได้ทั้งในอเมริกา และ ทั่วโลก ทะลุ 1 พันล้านได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันนะครับ…โดยรายได้รวมทั่วโลกอยู่ที่ 2.32 พันล้าน…

    ซึ่งในปี 2014 นี้… Lionsgate เตรียมส่งภาพยนตร์มาให้ชมกัน 12 เรื่อง…ซึ่งตัวความหวังของปีก็อยู่ที่ Step Up All In, I, Frankenstein, The Expendables 3 และแน่นอนครับ…The Hunger Games: Mockingjay, Part 1 นั่นเอง!!

     

    622416_636412166419157_158594077_o

     

    สำหรับ Sony Pictures นั้น…ถือได้ว่า เจ็บหนักครับ…- -“

    เพราะว่าปี 2013 นั้น ส่งหนังมาให้ชมกัน 15 เรื่อง…เริ่มกันจาก The Call และล่าสุดที่เพิ่งเข้าฉายไปอย่าง American Hustle…โดยที่หนังที่ทำเงินได้สูงที่สุดของปี…คือ The Smurfs 2 ที่ทำเงินทั่วโลกไปได้ 347.5 ล้านเหรียญ!! ย้ำนะครับว่านี่เป็นยอดรวมทั่วโลกแล้ว…โดยที่ในอเมริกานั้นโกยได้เพียง 71 ล้านเท่านั้น…

    นอกจากนี้…ก็จะมีที่พอเชิดหน้าชูตากันได้เล็กๆอย่าง Grown Ups 2…ที่ทำเงินทั่วโลกไป 246.9 ล้าน…และเป็นหนังของค่ายที่ทำรายได้สูงที่สุดในอเมริกาของปี 2013 ที่รายได้ 133.6 ล้าน นะครับ…รวมทั้ง This is the End ที่โกยเงินทั่วโลกได้ 125.6 ล้าน…โดยได้ในอเมริกาไป 101.4 ล้าน…

    ซึ่งหนังความหวังของค่าย Sony ในปีที่ผ่านมานั้น…ที่พอช้ำใจน้อยที่สุดก็คงจะเป็น Cloudy with a Chance of Meatballs 2 นี่แหละครับ…ทำเงินทั่วโลกไป 238.8 ล้านเหรียญ…แม้ว่ามันจะน้อยกว่าที่ควรจะเป็นก็ตาม…แกก็ยังถือว่ากำไรอยู่…

    ในขณะที่ Elysium ก็ยังได้รายได้นอกบ้านช่วยกู้หน้าไว้…ทำให้รายได้ทั่วโลก 286.1 ล้านเหรียญ ดูดีขึ้นมาบ้าง…แม้ว่าจะทำเงินในบ้านไม่ถึง 100 ล้านก็ตาม…รวมทั้งหนังที่หวังว่าจะฟลุ๊ค แต่มันก็ไม่ฟลุ๊ค อย่าง Evil Dead remake และ Carrie remake…แม้ว่าจะไม่เจ๊ง แต่กำไรก็น้อยไปหน่อย…
    ส่วนเหล่าหัวหอกที่ดันมาทิ่มแทงตัวเองจนแทบตายอย่าง The Mortal Instruments: City of Bones ที่ทำเงินทั่วโลกไปเพียง 80 ล้านเหรียญเท่านั้น…แทบจะตัดอนาคตของภาคต่อกันเลยทีเดียว…รวมทั้ง White House Down ที่แม้ว่าจะทำเงินทั่วโลกไป 205.3 ล้านก็ตาม…แต่ด้วยทุนสร้างที่สูงถึง 150 ล้านเหรียญ…เรียกได้ว่า เจ๊งครับ!!

    แต่ที่เจ็บหนักสุดก็คงหนีไม่พ้น After Earth นี่แหละครับ…ด้วยความที่ดึง Will Smith มาแสดงนำได้…แต่ผู้กำกับดันเป็น M. Night Shyamalan…ก็เลยทำให้ได้เงินทั่วโลกมาเพียง 243.8 ล้านเท่านั้น…ซึ่งในบ้านได้ไปเพียงแค่ 60.5 ล้านด้วยซ้ำ!! ด้วยทุนสร้าง 130 ล้าน และ นักแสดงระดับ A+ ของวงการ…นี่คือ 1 ในความล้มเหลวของปีครับ…

    ทำให้รายได้รวมทั่วโลกของ Sony ในปีที่ผ่านมานี้ ได้มาเพียง 3.01 พันล้านเหรียญ เท่านั้น…เหตุที่ใช้คำว่า เพียง ก็เพราะว่าปีก่อนหน้านั้น พี่แกเล่นโกยเงินทั่วโลกมาได้ถึง 4.4 พันล้าน เลยน่ะสิครับ!!

    และในปี 2014 นี้ก็ดูแล้วคงจะเหนื่อยเหมือนเดิม…เพราะว่าจะส่งหนังมาให้ชมกันเพียงแค่ 13 เรื่องเท่านั้น…และเหมือนว่าจะเน้นทำเงินในอเมริกาเสียเป็นหลักด้วย…ทั้ง The Monuments Men, 22 Jump Street, Sex Tape และ The Interview…ซึ่งตลาดโลกคงจะหวังพึ่งได้เพียงแค่ Robocop และ The Amazing Spider-Man 2 เท่านั้นครับ!!

     

    1495283_636405296419844_1161424292_o

     

    ปี 2013 อาจจะไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่นะครับ สำหรับค่าย จิ้งจอกสองพันปี 20th Century Fox…

    ปี 2013 นี้จิ้งจอกส่งของมา 14 เรื่อง…เริ่มจาก Broken City และปิดท้ายด้วย The Secret Life of Walter Mitty…โดยที่หัวหอกทำเงินของค่ายนั้นก็กลับเป็นของฝากขายอย่าง The Croods ซึ่งทำเงินทั่วโลกไปได้ 587.2 ล้านเหรียญ…โดยที่ทำเงินในอเมริกาได้เพียง 187.2 ล้านเท่านั้น…

    และไม่เพียงแค่เรื่องนี้เท่านั้น…ดูเหมือนว่าหนังที่เป็นความหวังของค่ายแทบทุกเรื่อง จะทำเงินในบ้านได้น้อยนิด แต่ไปเน้นโกยเอาตลาดโลกเสียหมด…ทั้ง The Wolverine ที่ทำยอดรวมทั่วโลกได้ 414.8 ล้าน…โดยเป็นรายได้ในบ้านเพียงแค่ 132.6 ล้าน…และ A Good Day to Die Hard ที่ทำเงินในบ้านได้เพียงแค่ 67.3 ล้าน (แถวบ้านเรียกว่า เจ๊งยับ) แต่กลับทำยอดรวมทั่วโลกไปได้ 304.7 ล้านเหรียญ เลยทีเดียว…

    รวมทั้ง animation อย่าง Turbo ที่ก็ทำเงินนอกบ้านได้เสียเป็นส่วนใหญ่…ยอดรวมทั่วโลกอยู่ที่ 282.6 ล้าน…ในบ้านทำได้เพียงแค่ 83 ล้านเท่านั้น…และอีกเรื่องอย่าง Epic ที่ทำเงินรวมได้ 267.9 ล้าน…

    (ถ้าตัดเอา animation ของ DreamWorks ออกไปทั้ง 3 เรื่องแล้ว…จะเหลืออะไรวะ Fox?? – -“)
    มีเพียงหนังเฉพาะถิ่นอย่าง The Heat เท่านั้นนะครับ ที่ทำเงินในอเมริกาได้เยอะ…ยอดรวมทั่วโลก 229.9 ล้าน…เป็นเงินในบ้านเสีย 159.6 ล้านเลย…

    อีก 1 ความหวังของปีอย่าง Percy Jackson: Sea of Monsters ที่แม้ว่าจะไม่เจ๊งยับเยินก็ตาม…แต่รายได้ทั่วโลก 199.7 ล้าน ก็เรียกได้ว่า น่าผิดหวัง อย่างเต็มปากเลยนะครับ…รวมทั้งหนังฟอร์มกลางๆที่แป๊กคาบ้านทั้งหลายแหล่อย่าง The Internship, Broken City, Runner Runner และ The Counselor…

    ส่งผลให้ยอดรวมทั่วโลกของ 20th Century Fox ตามมาอยู่ในอันดับ 4…ที่ยอดรายรับ 3.40 พันล้านเหรียญ…น้อยกว่าปี 2012 ที่ทำเอาไว้ 3.74 พันล้าน เสียอีกครับ…

    ทำให้ปีนี้…จิ้งจอกเลยหวังไว้สูงว่า จะกลับมาผงาดขึ้นไปติด top 3 อีกครั้งให้ได้…โดยจากภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายทั้ง 16 เรื่องนั้น…ดูแล้วคงจะฝากความหวังเอาไว้ได้ที่ Rio 2, X-Men: Days of Future Past, How to Train Your Dragon 2, Dawn of the Planet of the Apes และ Night at the Museum 3 ล่ะครับ…

     

    1531798_636399269753780_1916797862_o

     

    ปิดท้ายด้วยอีกค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Universal นั้นถือได้ว่า ปี 2013 เป็นปีที่ดีอีกปีของค่ายเลยนะครับ…

    เพราะว่าจากภาพยนตร์ทั้ง 16 เรื่องที่เข้าฉาย…เริ่มด้วย แม่มึงตาย เอ้ย!! Mama และปิดท้ายด้วย 47 Ronin…มีเจ้าตัวเหลือง Minions จาก Despicable Me 2 ที่กู้หน้าให้ค่ายได้…จากรายได้ทั่วโลก 918.8 ล้านเหรียญ…ในอเมริกาทำไป 367.8 ล้าน…

    รวมทั้ง Fast & Furious 6 ที่ซิ่งกระจายจนโกยเงินทั่วโลกมาได้ 788.7 ล้าน…ก่อนที่หลังจากนั้นจะมีความเปลี่ยนแปลงของอนาคตของหนังชุดนี้…จนต้องจับตามองกันต่อไปอย่างใกล้ชิด…ทั้งเรื่องการเปลี่ยนมือผู้กำกับ และ การจากไปของพระเอก Paul Walker…

    แม้ว่าจะทำเงินในบ้านได้ไม่ค่อยน่าโสภานัก…แต่ Oblivion ก็ยังโกยเงินทั่วโลกมาได้รวมแล้ว 286.1 ล้าน…เช่นเดียวกับหนังจำพวกที่ขายได้แค่ในอเมริกาอย่างหนังตลกเรื่อง Identity Thief ซึ่งทำเงินรวมทั่วโลก 174 ล้าน…แค่ในอเมริกาก็ปาเข้าไป 134.5 ล้านแล้ว…รวมทั้งเซอร์ไพรซ์ฮิตอย่าง แม่มึงตาย เอ้ย!! Mama ที่หลอนไปทั่วโลก 146 ล้าน…และ The Purge ที่ทำเงินทั่วโลกไปกว่า 89 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียงแค่ 3 ล้านเท่านั้น!!

    หนังส่วนใหญ่ของค่ายจะหนักไปทาง ทุนสร้างไม่สูงนัก…ดังนั้นแม้ว่ารายได้ของ Riddick, 2 Guns, About Time และ Rush จะไม่มากนัก ก็ไม่ถึงกับจะเจ็บตัวอะไร…

    แต่สำหรับหนังที่ถูกคาดหวังเอาไว้อย่าง Kick-Ass 2 นั้น…รายได้ทั่วโลก 59.5 ล้านนั้น ถือว่าน่าผิดหวังพอสมควร…เพราะว่าทุนสร้างก็ปาเข้าไปเฉียดๆ 30 ล้านเหรียญเข้าไปแล้ว…

    ส่วนสุดยอดความช้ำอกของ Universal ในปีนี้…ก็คงไม่พ้น R.I.P.D. ที่ลงทุนสร้างถึง 130 ล้านเหรียญ…แต่กลับได้เงินทั่วโลกคืนมาเพียง 78.3 ล้านเท่านั้น!! เป็น 1 ในยักษ์ล้มของปี 2013 กันเลยทีเดียว…

    รวมทั้งโปรแกรมยักษ์ท้ายปีอย่าง 47 Ronin นั้น…ก็ดูเหมือนว่าจะประสบชะตากรรมไม่ต่างจาก R.I.P.D. เสียอีก…เพราะว่าเพิ่งเปิดตัวไปได้เพียง 9 ล้านกว่าเหรียญเท่านั้น!!

    ทำให้ยอดรวมทั่วโลกของ Universal นั้นอยู่ที่ 4.04 พันล้าน…มากกว่าปี 2012 ที่ทำได้ 3.13 พันล้านเหรียญ…ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทางค่ายยังคงยิ้มกว้างกันได้อยู่นั้น ก็คือการที่ทำเงินนอกอเมริกาทะลุ 2 พันล้านได้เป็นครั้งแรก…และทำไปได้ถึง 3.14 พันล้านเหรียญเลยด้วยซ้ำ!!

    และปีนี้ อาจจะเป็นงานยากสุดๆของ Universal ที่จะรักษาระดับรายได้ให้ใกล้เคียงจากที่เพิ่งทำเอาไว้นี้…เพราะว่าปีนี้จะมีหนังเข้าฉายทั้งหมด 14 เรื่อง…แต่กลับไม่มีหนังฟอร์มยักษ์อยู่เลย!! เพราะว่า Fast & Furious 7 นั้นก็เลื่อนไปกระจุกกับโปรเจคต์อื่นๆของค่าย ที่ไปกองอยู่ในปี 2015 กันหมดตั้งแต่แรกอีกซะงั้น…

    ทำให้ความน่าสนใจเลยเหลือเพียงแค่…Non-Stop, Neighbors, A Million Ways to Die in the West, The Purge 2 และ Dumb and Dumber To เท่านั้นครับ!!