Home News ‘Shia LaBeouf’ พูดถึงโปรเจ็กต์ ‪#‎ALLMYMOVIE‬ และความหมายจริงๆของงานชิ้นนี้!!!

‘Shia LaBeouf’ พูดถึงโปรเจ็กต์ ‪#‎ALLMYMOVIE‬ และความหมายจริงๆของงานชิ้นนี้!!!

0 3272

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ‘Shia LaBeouf’ ได้สร้างเสียงฮือฮาอีกครั้งกับการที่ตัวเองนั่งดูหนังที่ตัวเองเล่นทั้งหมดแบบมาราธอน 3 วัน 3 คืน!!! ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง NewHive ถึงโปรเจ็คดังกล่าว … โดยที่ทางสื่อฯ Indiewire ได้หยิบนำไฮไลท์จากการสัมภาษณ์มาให้อ่านกันดังนี้

● คุณรู้สึกยังไงหลังจากเสร็จสิ้นการมาราธอนดูหนังที่ตัวเองเล่นใน 3 วัน 3 คืน?

Shia LaBeouf : “ผมไม่รู้ว่ามันจะถูกพูดถึงขนาดนี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆ มันทำให้ผมรู้สึกดี ผมเดินออกมาจากงานก็ยิ้มเหมือนตัวการ์ตูน ผมได้รู้สึกถึงการสนับสนุนแบบพิเศษ ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตจริงๆ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นงานไหนของผมมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อในกาแฟที่ผมสั่งได้เลย แต่ไอ้สิ่งนี้มันเปลี่ยนได้ และเปลี่ยนความรู้สึกผมที่มีต่อตัวเองด้วย”

● อะไรคือจุดสำคัญของงาน Performance Art ชิ้นนี้?

Luke Turner (ผู้ร่วมโปรเจ็กต์) : “พวกเราไม่ต้องการ Performance Art ที่ดูดี ดูฉลาด จริงๆ สิ่งที่เราทำพวกเราไม่เคยเรียกมันว่าเป็นงานศิลปะเลย พวกเราแค่เรียกมันว่าโปรเจ็กต์ชิ้นนึง เพียงแต่ว่าสิ่งนี้มันดันไปโดนกับพวกคุณ พวกคุณชอบมันโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันก็ได้”

Shia LaBeouf กล่าวเสริมว่า : “บางคนบอกว่า พวกเขาต้องการงานศิลปะดีๆสักชิ้นนึง และผมคือส่วนสำคัญของมัน” 

giphy (1)

● คิดยังไงกับวิธีการที่ทุกคนก็เป็นศิลปินได้?

Shia LaBeouf : “คุณไม่ได้เกิดมาเป็นศิลปิน หรือ นักแสดง หรือ เกิดเป็นใครก็ตาม ทุกอย่างมันเกี่ยวกับแรงผลักดัน การอุทิศหรือทุ่มเทให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นช่างซ่อมหลังคา เด็กส่งพิซซ่า หรือใครๆ ก็ตามก็สามารถเป็นศิลปินได้ ทุกคนดีกันคนละแบบ และแน่นอนว่า การทำพิซซ่าก็สามารถเป็นศิลปะได้”

Nastja Säde Rönkkö (ผู้ร่วมโปรเจ็กต์) กล่าวเสริมว่า : “พวกเราไปกินพิซซ่าที่ลอนดอนที่นึง และไปเจอกับคนทำพิซซ่าที่คลั่งไคล้พิซซ่ามากๆ ถึงขึ้นสักว่า ‘I Love Pizza’ บนคอของเขาเอง ซึ่งนั่นก็คือวิธีอุทิศความคลั่งไคล้ของเขาในรูปแบบหนึ่ง”

Shia LaBeouf ก็กล่าวต่อว่า : “เห็นไหม คนนั้นแหละคือศิลปิน ถ้าคุณกินพิซซ่าของเขาคุณจะเข้าใจ แต่คุณจะต้องกินพิซซ่า”

giphy (2)

● คุณชอบหนังเรื่องไหนน้อยที่สุดตั้งแต่ได้ไล่ดูหนังทั้งหมดของคุณมา?

Shia LaBeouf กล่าวว่า : “ผมคิดว่ามันหลังจากเรื่อง Lawless เมื่อหนังเริ่มแย่ ผมก็จะบอกคุณ ซึ่งเมื่อหนังมันห่วยจริงๆ พวกเขาก็รู้และผมก็รู้สึกเหมือนกัน มันเหมือนกับการแชร์ความลับทั้งหมดที่เรามี ไม่ใช่เพราะว่าผมเป็นหนึ่งในนักแสดงของหนังเรื่องนั้น แต่ผมมาอยู่ในฐานะคนดูด้วย ซึ่งมันก็รู้สึกแย่จริงๆ …ในฐานะคนดู Transformers 2 พวกเขาจะเห็นผมค่อยๆหายไปจากเก้าอี้ ซึ่งมันไม่ใช่การแสดง แต่มันเป็นเหมือนกับวิกฤติร้ายแรงในชีวิตผมเลย และแน่นอนไม่ใช่ผมคนเดียว พวกคุณก็ด้วยเมื่อดูมัน”

● แล้วบทสรุปของ ‪”#‎ALLMYMOVIES”‬ เป็นอย่างไร?

Shia LaBeouf กล่าวปิดท้ายว่า : “เมื่อทุกอย่างจบลง มันไม่ใช่แค่การปรบมือให้ผม แต่มันเป็นเหมือนกับการได้หยุดพักการใช้ชีวิตที่วุ่นวายของผม โทรศัพท์ถูกปิด ทุกคนได้ใกล้ชิดกันและเงียบสงบ เพื่ออะไร? ไม่มีใครรู้ แม้ขนาดว่าพวกเรายังไม่รู้เลย แต่สิ่งหนึ่งที่มันได้และผมว่ายิ่งใหญ่กว่าพวกเราคือ หนังทั้งหมดของผมและคนดูทุกคนรู้สึกเชื่อมต่อและสัมพันธ์กัน พวกเรามีความสัมพันธ์กันในเวลานั้นมากกว่าการแสดงไหนๆของผมซะอีก

และเมื่อทุกอย่างจบลง คุณจะอาจจะหันไปถามคนที่อยู่ข้างๆคุณ คนที่คุณไม่รู้จักมาก่อนว่า “มันคือเชี้ยอะไรวะ” แต่สิ่งที่คุณได้คือสิ่งที่มนุษย์ควรมีนั่นคือความสัมพันธ์รอบตัว ซึ่งนั่นคือการอุปมานอุปมัยของผมในการจัดทำสิ่งนี้ขึ้น มันเหมือนกับการที่เราอยู่บนเครื่องบินแล้วเหตุการณ์วุ่นวายบนนั้นจบลงด้วยดี ทุกคนก็จะหันไปมองกันและพูดว่า …

ว้าว พวกเราทำได้!!

giphy