Home Exclusive Sense Special Sense Special!!: เรื่องราวของการทำความเคารพพระมหากษัตริย์ในโรงภาพยนตร์

Sense Special!!: เรื่องราวของการทำความเคารพพระมหากษัตริย์ในโรงภาพยนตร์

    0 1308

    บทความนี้เขียนไว้ในเพจ Sense on Films เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2557…

    ——————————————————

    มีแฟนเพจท่านหนึ่งฝากถามมาถึงเรื่องราวว่า ทำไมก่อนที่หนังจะฉาย จะต้องมีการบรรเลงเพลง สรรเสริญพระบารมี และ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กันด้วย? มีที่มา และ ที่ไปอย่างไร และ ใครเป็นคนกำหนด…

    เป็นคำถามที่ยากที่จะหาคำตอบที่แท้จริงได้นะครับ เพราะว่าใน ปัจจุบันก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้เหมือนกันว่า การแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ในโรงภาพยนตร์นั้น เป็นกฎหมายที่ระบุเอาไว้ หรือ เป็นเพียงแค่ จารีตธรรมเนียม และ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามนั้นจะถือว่าเป็นความผิดทางกฏหมายหรือไม่…จากข่าวที่เคยเกิดขึ้นมาในหลายๆกรณีนะครับ – -“

    เอาเป็นว่า เราจะไม่ฟันธงแน่ชัดนะครับว่าอะไรเป็นอย่างไร เราขอเพียงสรุปเรื่องราวคร่าวๆ และให้ทุกท่านไปพิจารณาต่อกันเองแล้วกันนะครับ…

     

    ————————————————-


    จากข้อมูลที่เราสามารถหาได้นั้น…ว่ากันว่า เราได้รับอิทธิพลในเรื่องนี้มาจาก ประเทศอังกฤษ ผ่านทาง ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของ อังกฤษ ในเวลานั้น…โดยน่าจะเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5…ซึ่งพระองค์ท่านเคยเสด็จประพาสชวา ในปี พ.ศ.2439 และทรงทอดพระเนตรประดิษฐกรรมผลิตภาพยนตร์ ณ พระตำหนักเฮอริเคนเฮาส์ รวมทั้งในเวลานั้น มีการฉายพระบรมรูปพระราชินีอังกฤษ และ บรรเลงเพลง “God Save the King” ซึ่งเป็นเพลง สรรเสริญพระบารมี ชอง อังกฤษ เมื่อจบการฉายภาพยนตร์…

    จนเมื่อในสยามประเทศเรานั้นมีการสร้างโรงภาพยนตร์ถาวรแห่งแรกขึ้นมา คือ โรงหนังญี่ปุ่นหลวง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2448…ว่ากันว่า น่าจะเริ่มมีการบรรเลงเพลง สรรเสริญพระบารมี ในโรงภาพยนตร์…แต่ผมก็ยังหาข้อมูลไม่ได้แน่ชัดว่า จะเป็นการบรรเลงเพลง God Save the King ซึ่งสยามประเทศใช้เป็นเพลง สรรเสริญพระบารมี มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 หรือไม่นะครับ…

    จนกระทั่งธุรกิจภาพยนตร์เริ่มเฟื่องฟูในสมัยรัชกาลที่ 6…ถึงมีการนำเพลง สรรเสริญพระบารมี ที่ประพันธ์ทำนองโดย Pyotr Schurovsky และ คำร้องเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งประพันธ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2431…มาใช้บรรเลงในตอนจบการฉายภาพยนตร์แล้ว…ซึ่งในยุคนั้นเรียกว่า เป็นธรรมเนียมของโรงภาพยนตร์ทุกเจ้า ที่จะต้องทำการฉายกระจกพระบรมรูปพระเจ้าแผ่นดิน และบรรเลงเพลง สรรเสริญพระบารมี ให้ผู้ชมยืนถวายความเคารพ ก่อนจะกลับบ้าน โดยมิได้มีกฎหมายบังคับแต่อย่างใด…ก่อนที่จะมีระเบียบออกมาบังคับใช้ในเรื่องนี้ ในปี พ.ศ. 2478…


    ต่อมา ได้มีการออก พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2485 และ พระราชกฤษฎีกา กำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2485
    ออกมา…โดยในมาตราที่ 6 ของ พระราชกฤษฎีกา กำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2485 นั้นระบุเอาไว้ว่า…

    มาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.กำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2487 มาตรา 3 ได้กำหนดการเคารพไว้ดังนี้ บุคคลทุกคนจักต้องเคารพตามระเบียบเครื่องแบบและตามประเพณีคือ…
    (1) เคารพธงชาติเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ทุกวันพร้อมกัน
    (2) เคารพธงชาติ ธงไชยเฉลิมพล ธงเรือรบ ธงประจำกองยุวชนทหาร หรือธงประจำกองลูกเสือ เมื่อชักขึ้นหรือลงประจำสถานที่ราชการ เมื่อเชิญมาตามทางราชการ หรืออยู่กับที่ประจำแถวหรือหน่วยทหาร ยุวชนทหาร หรือลูกเสือ
    (3) เคารพเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงเคารพอื่นๆ ซึ่งบรรเลงในงานตามทางราชการ ในงานสังคม หรือในโรงมหรสพ

    ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตรา15 (ตามพระราชกฤษฎีกาวัฒนธรรมแห่งชาติพ.ศ.2485) ผู้ใดฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา6 (ตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติพ.ศ.2485)

    มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
    *[มาตรา 15 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2486]

    ซึ่งในกรณีของการชมภาพยนตร์ นั้นจะอยู่ใน มาตรา 6 วรรค 3 นะครับ…ฉะนั้นแล้ว ถ้ายึดตาม พ.ร.บ. และ พระราชกฤษฎีกา ฉบับปี พ.ศ. 2485 นี้ล่ะก็…ติดคุกล่ะครับ…ส่วนการตีความกฎหมายในปัจจุบันนั้น ผมไม่ทราบเช่นกันว่ามันเป็นอะไรอย่างไร ไม่ขอพูดถึงนะครับ…

    ส่วนสาเหตุของการที่ปัจจุบันนั้น ถึงมีการบรรเลงเพลง สรรเสริญพระบารมี ก่อนที่หนังจะฉายนั้น…เป็นเพราะว่า พอบรรเลงหลังหนังจบ…ผู้ชมก็ทยอยเดินออกจากโรงกลับบ้านกันไปเสียหมด นั่นเองครับ – -“