Home Exclusive Sense Special Sense Special!! : วิบากกรรมของ Sony Pictures กับการโดน hacker ลูบคม!!

Sense Special!! : วิบากกรรมของ Sony Pictures กับการโดน hacker ลูบคม!! [Part 3…Spidey ล้วนๆ]

1 3623

จาก 2 ตอนแรกที่ผ่านมานั้น…ผมได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า…มันมีเรื่องราวของ Spider-Man อยู่ด้วย…

(อ่านตอนที่ 1 และ 2 ก่อนเพื่อความต่อเนื่องของเรื่องราว)

เดิมทีตั้งใจว่าจะปล่อยก่อนเข้าปี 2015 นะครับ…แต่ว่ามันมีอะไรเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้ผมต้องอดทนรอเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน…

ซึ่งตอนนี้…ถึงเวลานั้นแล้ว…


 

เรามาเริ่มที่จุดเริ่มต้นกันก่อนนะครับ…

1 ในเมล์ที่ถูกกลุ่ม Guardians of Peace (GoP) นั้นได้ทำการแฮกเข้าไป และ ดูดข้อมูลออกมา (ซึ่งว่ากันว่า มากกว่า 100TB เลยด้วยซ้ำ!!) นั้นได้ระบุเอาไว้นะครับว่า…

Marvel ได้ทำการเจรจากับ Sony Pictures  ถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือกัน…ในสมบัติที่ทาง Sony ถือครองอยู่ในตอนนี้…

ซึ่งนั่นคือ…ลิขสิทธิ์ในแฟรนไชส์ Spider-Man ที่ทาง Sony ได้ซื้อมาจาก Marvel นั่นเองครับ!!

ถ้านับย้อนกันไปนั้น…Spider-Man เคยถูกซื้อสิทธิ์ในการเอาไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงครั้งแรกในปี 1985 โดย Cannon Films ที่เวลานั้นกุมบังเหียนโดย Menahem Golan…ซึ่งจ่ายให้ Marvel Comics ไปถึง 225,000 เหรียญ (ในเวลานั้น) สำหรับการถือสิทธิ์ 5 ปี…ทว่า ก็ไม่ได้มีการสร้างหนัง Spidey ออกมาแต่อย่างใดในระยะเวลาตามสัญญานี้ และ Cannon Films ก็เจ๊งลงในปี 1993…

Menahem Golan ที่ชิ่งไปคุมบริษัท 21st Century Film ก่อนนั้นก็ดึงเอาสิทธิ์ของ Spidey ติดมือมาที่บริษัทใหม่นี้ด้วย…ซึ่งในปี 1989 นั้น 21st Century Film ได้ทำสัญญาให้ Carolco Pictures ผู้ร่วมสร้างหนังอย่าง Terminator 2: Judgment Day, Total Recall และ Rambo 3 ภาคแรก มาร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ พร้อมๆกับการขายสิทธิ์ฉายทาง TV ให้กับ Viacom และขายสิทธิ์ home video ให้กับ Columbia Pictures เพื่อระดมทุนมาสร้างหนังเรื่องนี้…แถมยังได้ขยายสัญญาที่ทำไว้กับ Marvel ออกจากเดิมที่จะหมดในปี 1989 ออกไปถึงเดือน มกราคม 1992…

แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นมาตลอดนะครับ เพราะว่าบทที่ทาง 21st Century Film นั้นตั้งใจที่จะทำเป็นหนังฟอร์มเล็ก…ทว่าทาง Columbia นั้นไม่ค่อยพอใจในบท เลยจำต้องแก้บทกันหลายครั้ง…จนกระทั่งต้องถึงมือ James Cameron ที่ทำการร่าง scripment จำนวน 47 หน้าออกมาในปี 1991…ทว่าในปี 1992 นั้น Carolco Pictures ก็ประสบปัญหาทางการเงิน จนไม่สามารถสร้างหนังเรื่อง Spider-Man นี้ได้…แม้ว่าจะเพิ่งขยายสัญญาที่ Golan ทำไว้กับ Marvel ในตอนแรกออกไปอีกครั้งจนถึงปี 1996 ก็ตาม…

จากนั้นก็เกิดมหกรรมฟ้องกันไปอุตลุตกันระหว่าง 21st Century Film, Columbia Pictures และ Carolco Pictures…พ่วงด้วย MGM-Pathé ที่ได้ซื้อ Cannon Films มาดูแลก่อนที่จะเจ๊งก็ร่วมฟ้องเรียงร้องสิทธิ์ในหนังเรื่องนี้ด้วย…แต่ในขณะที่ยังฟ้องกันไม่เสร็จสิ้นดี…ปี 1996 ทั้ง Carolco, 21st Century และ Marvel Comics ก็ดันล้มละลายซะงั้น!!

Marvel ฟื้นคืนชีพในปี 1998 และศาลก็ตัดสินว่า สิทธิ์ที่ทาง Golan ได้ทำไว้ตั้งแต่ปี 1985 นั้นหมดอายุ…และกลับคืนสู่ Marvel…แต่ Marvel ก็ยังต้องจ่ายหนี้ให้กับ Viacom และ MGM อยู่…ในปี 1999 Marvel เลยขายสิทธิ์ของ Spidey ให้กับทาง Columbia Pictures ที่อยู่ภายใต้การดูแลโดย Sony Pictures ไปด้วยจำนวนเงิน 7 ล้านเหรียญ…โดยที่ทาง Sony (Columbia) นั้นได้ทำการเคลียร์กับ MGM โดยที่จะยอมปล่อยสิทธิ์ในการสร้างภาพยนตร์ James Bond ภาคใหม่ (ในตอนนั้น) เพื่อแลกกับการให้ MGM ถอนตัวออกจากการเรียกสิทธิ์ใน Spider-Man นั่นเองครับ…

ซึ่งมีแค่อย่างเดียวที่ Sony ไม่ได้มาจาก MGM ในดีลนี้ คือ scripment จำนวน 47 หน้า ของป๋า James Cameron นั่นเองครับ…

ดูเหมือนว่าทุกอย่างมันจะลงตัวแล้วใช่ไหมครับ?  มันก็เป็นเช่นนั้นแหละครับ จนกระทั่ง…Marvel Studios คิดจะสร้างหนังขึ้นมาเองในปี 2004…และได้ทุ่มเงินซื้อสิทธิ์ตัวละครหลายตัวที่กระจายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งอยู่ในข่ายใกล้จะหมดสัญญากับค่ายๆอื่นๆกลับมา อาทิ Ant-Man, The Avengers, Black Panther, Captain America, Cloak & Dagger, Doctor Strange, Hawkeye, Nick Fury, Power Pack และ Shang-Chi!!

อ้อ!! ลืมเจ้า Hulk ไปด้วยอีกตัว…แต่อันนี้มันอยู่ในข่ายใกล้หมดสัญญา แล้ว Marvel ลงทุนสร้างหนัง The Incredible Hulk ขึ้นมาเอง และให้ Universal จัดจำหน่ายนะครับ…

โดยสัญญาที่ได้ทำกันไว้ก่อนหน้านี้กับค่ายหนังอื่นๆนั้น…มีเงื่อนไขคร่าวๆว่า…ถ้าค่ายนั้นๆไม่ได้เตรียมงานสร้างกันในระยะเวลาที่กำหนดไว้ (3ปี 5 ปี ก็แล้วแต่จะตกลงกันไว้)…สิทธิ์จะกลับคืนสู่ Marvel ในทันที…ซึ่งมีทางออกอีกทางก็คือ การเจรจาขยายเวลาอย่างที่ Menahem Golan เคยทำไว้นั่นแหละครับ…

ค่ายเล็กๆหลายๆค่ายที่ได้สิทธิ์สร้างหนังจากฮีโร่ Marvel แล้วยังไม่มีปัญญาสร้างทันกำหนดนั้น ก็จำต้องคืนกลับไปให้ Marvel หลายต่อหลายตัวนะครับ…ยกเว้นจาก 2 ค่ายใหญ่อย่าง 20th Century Fox และ Sony Pictures…

ทั้ง 2 ค่ายเลยจำต้องเคลื่อนไหวกันค่อนข้างบ่อย และ ถี่หน่อยนะครับ ในการเตรียมงานสร้างหนังเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในการครอบครอง…เพื่อที่สิทธิ์ที่ได้มานั้นจะไม่หมดอายุ…และทำให้ Marvel (Disney) นั้นจำต้องทุ่มเงินมหาศาล ถ้าต้องการฮีโร่เหล่านั้นกลับบ้าน…

ฉะนั้นแล้ว…อย่าได้แปลกใจเลย ถ้าจะเห็นหนัง spin-off หรือ ภาคแยกของตัวละครจากเรื่อง X-Men กับ Spider-Man กันบ่อยหน่อยนะครับ…

และเมื่อเดินทางมาถึงปัจจุบันนั้น…ตัวละครจาก Marvel แทบทุกตัว กลับคืนมาอยู่ในอ้อมอกตัวเอง (และ Disney หมดแล้ว) ยกเว้น 3 ตัวทำเงินอย่าง X-Men กับ Spider-Man และ Fantastic Four…

 

Marvel-Characters-Movie-Studio-Ownership

Credit : The Geek Twins

 

ในส่วนของ Fantastic Four นั้นก็ไม่มีอะไรมากในเงื่อนไขนะครับ…ตัวละครหลัก+ตัวร้าย ทึ่โผล่มาประจำในเรื่อง…

X-Men ก็เหมือนจะง่าย…ตัวอะไรก็ตามที่เป็น mutant และ ตัวละครที่ไม่ใช่ mutant ที่อยู่ในเรื่อง…

ซึ่งทำให้มันเกิดปัญหาในส่วนของ Scarlet Witch และ Quicksilver…เพราะว่าทั้งคู่เป็น mutant และ ก็เป็นสมาชิกในทีม The Avengers ด้วยเช่นกัน!!

เพราะในข้อตกลงนั้น…ตัวละครตัวไหนที่อยู่ในทีม The Avengers นั้น…Marvel จะเป็นคนนำไปใช้ได้…ซึ่งในที่นี้ก็มีแค่ Scarlet Witch และ Quicksilver 2 ตัวนี้เท่านั้น

(Wolverine ที่มาอยู่ในทีม New Avengers ที่โผล่มาในปี 2005 นั้นไม่นับในเงื่อนไขนี้นะครับ เพราะว่ามันเกิดขึ้นหลังจากที่ Fox ซื้อสิทธิ์ X-Men มาจาก Marvel แล้ว)

Fox นั้นวางตัว Quicksilver ให้มาอยู่ใน X-Men Days of Future Past อยู่ก่อนแล้ว…แต่ Marvel ดันประกาศตามมาภายหลังว่า ทั้ง Scarlet Witch และ Quicksilver จะมาโผล่ใน Avengers: Age of Ultron ด้วยซะงั้น!!

แต่ด้วยความที่สิทธิ์หลักนั้นอยู่ที่ Fox…2 ตัวละครนี้ใน Avengers 2 จึงไม่สามารถระบุที่มา หรือ พูดถึงคำว่า mutant ได้เลยนะครับ…ทำให้จุดกำเนิดของทั้งคู่จะเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่…

ข้ามมาที่ Spidey กันบ้าง…

เดิมที Sony นั้นได้สิทธิ์ในการสร้างหนังของ Spider-Man มาแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ…ก่อนที่ภายหลังนั้นจะเจรจาของซื้อสิทธิ์ในตัวของ Venom มาด้วย…

แต่พอ Marvel คิดการใหญ่ในปี 2004 อย่างที่กล่าวมานั้น…รวมทั้งมีการเตรียมสร้างหนังของ The Avengers ขึ้นมา…แฟนๆก็เลยเรียกร้อง และ รอชมการรวมทีมของ ฮีโร่ตัวอื่นๆ และ Spider-Man ซึ่งเป็น 1 ในตัวหลักของทีมนี้ด้วย…

ทว่า…สิ่งที่แฟนหวังไว้นั้น มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้…เพราะว่า Sony ได้สิทธิ์ของ Spider-Man ไปก่อนที่จะเกิดโปรเจคต์ The Avengers ขึ้นมา…ซึ่งมันไม่อยู่ในสัญญาที่ได้ทำกันไว้…และตราบใดที่สัญญายังไม่หมดอายุ หรือ ถูกแก้ไข…Spidey มันก็เลยจะไปแจมอะไรกับใครนอกค่ายไม่ได้นั่นเองครับ!!

แถมในปี 2012 นั้น…Disney ได้ตกลงกับทาง Sony ไปแล้ว ถึงการแลกเปลี่ยนสิทธิ์ในการครอบครองกัน โดยที่ Disney นั้นจะเอาสิทธิ์ในการขายสินค้าที่ระลึกต่างๆที่เป็นของ Spider-Man ไป…แลกกับสิทธิ์ในตัวละครทั้งหมดของ Spider-Man นะครับ…

ทำให้ Sony จะไม่สามารถหาเงินจากของที่ระลึกที่เกี่ยวกับหนัง Spider-Man ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้เลยนะครับ…แต่ก็ทำให้เกิดโปรเจคต์ Sinister Six ขึ้นมาแทน…รวมทั้งยังสามารถที่จะสร้างหนังแยกของตัวละครต่างๆได้เพิ่มขึ้นอีกนั่นเอง…

เลยยิ่งทำให้ ความเป็นไปได้ที่ Spidey จะไปโผล่ใน The Avengers นั้น…ยากเสียยิ่งกว่ายาก!!

 

10869796_959556310724399_2334343628055578127_o

 

กลับมาที่เมล์ที่หลุดมากัน(เสียที)ครับ…

เดิมทีก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือออกมาเป็นระยะอยู่แล้วนะครับ ถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันของทั้ง 2 ค่าย…จนกระทั่ง เมล์ที่หลุดออกมานั้น เป็นการยืนยันให้เห็นกันว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีการคุยกันในเรื่องนี้จริงๆ!!

ข้อมูลที่หลุดออกมานั้น มีการระบุเอาไว้ว่า Marvel ต้องการที่จะให้ Spider-Man ไปโผล่ใน Captain America: Civil War ที่มีกำหนดฉายในวันที่ 6 พฤษภาคม ปีหน้า…

ซึ่งในเงื่อนไขนี้…Sony จะต้องออกทุนสร้างหนังเรื่องนี้ 25 %…และทาง Marvel ก็จะร่วมออกทุนสร้าง 25% ในหนัง The Amazing Spider-Man 3 ที่ตอนแรกนั้นถูกวางกำหนดฉายในปี 2016 เช่นกัน…ก่อนที่จะโดนเลื่อนเป็น 2017…และ 2018 ในปัจจุบัน…

โดยที่ Marvel จะอนุญาตให้ Sony นำเอาฮีโร่ตัวหลักจาก Marvel (ถ้าพูดให้ถูกต้องก็คือ จาก MCU : Marvel Cinematic Universe) ไปโผล่ในหนัง The Amazing Spider-Man 3 ได้ถึง 2 ตัว…และยังจะให้วางพล็อตเรื่องราวของ ASM 3 นี้ให้ต่อเนื่องจาก Civil War ด้วย…

แถมยังมีพ่วงมาอีกว่า…Spidey จะต้องโผล่มาใน Avengers: Infinity War – Part 1 ในปี 2018 ด้วย…และ Marvel ก็เตรียมที่จะสร้างหนังเรื่องใหม่ของ Spidey เอง ที่คาดว่าจะเข้าฉายในปี 2019 นะครับ!!

ในขณะที่ทาง Sony นั้นเรียกร้องในส่วนของการอนุมัติชุดของ Spidey…การปรับบทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Spidey…และการคัดเลือกนักแสดง ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะต้องเซ็นสัญญาเล่นอย่างน้อยๆ 3 เรื่อง…รวมทั้ง Kevin Feige “ท่านประธาน” ของ Marvel จะต้องมาเป็น producer ของหนังเรื่องนี้…และมีพ่วงติ่งห้อยท้ายอีกนิดนึงว่า…ถ้าเกิดเหตุที่ “ท่านประธาน” ต้องออกไปจาก Marvel นั้น…Sony ขอสิทธิ์ในการเป็นคนเลือกคนที่จะมาแทนที่เขา!!

และยังต้องการให้ Avi Arad อดีต CEO ของ Toy Biz ซึ่งเป็นคนซื้อ Marvel Comics ตอนที่ล้มละลายในปี 1996 และพลิกฟื้นให้กลับมายืนหยัดอย่างแข็งแกร่งในปัจจุบัน ก่อนที่จะลาออกจาก Marvel ไป และ ทำหน้าที่ producer ให้กับหนังของ Marvel และ Sony อีกหลายเรื่อง กับ Matt Tolmach อดีตประธานร่วมของ Columbia Pictures ให้มารับตำแหน่ง executive producer ของหนังเรื่องนี้…

โดยมีเงื่อนไขทางธุรกิจอีกเล็กน้อยว่า…ถ้า Marvel นั้นไม่สามารถออกฉายหนังเรื่องใดก็ตามที่มี Spidey อยู่ในนั้นได้ตามกำหนดที่วางเอาไว้…Sony ต้องชดใช้ให้ Marvel ถึง 100 ล้านเหรียญ!! รวมทั้งสัญญาที่เคยทำกันไว้เป็นอันยกเลิกทั้งสิ้น!!

ซึ่งนับถึงตอนนี้…Sony มีเวลาเหลืออีกแค่ 3 ปีกว่าๆเท่านั้น ที่จะต้องเริ่มเดินหน้าสร้างหนังที่จะให้เจ้า Spidey โผล่ออกมา ก่อนที่จะต้องคืนกลับไปให้ Marvel…ซึ่งในเวลานี้ The Amazing Spider-Man 3 ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ฤกษ์เปิดกล้องถ่ายทำกันเลยนะครับ…

(Sinister Six นี่ไม่นับในเงื่อนไขนี้ เพราะว่าผู้สร้างวางเรื่องเอาไว้ว่า จะไม่มี Spidey โผล่มาในหนังเรื่องนั้น!!)

แต่ก็เป็นไปตามคาดครับ…ดีลด้านบนนั้น…เป็นอันล้มเลิกลงไปแล้ว…

ซึ่งยังมีรายงานออกมาอีกว่า…ยังมีอีกข้อเสนอหนึ่งออกมาด้วยเช่นกัน…โดย Marvel นั้นเตรียมที่จะสร้างหนังไตรภาคของ Spider-Man เอง!! ซึ่ง Sony นั้นยื่นเงื่อนไขว่า ขอควบคุมในส่วนของ “แนวคิดและไอเดียต่างๆของเรื่อง, การตลาด และ การจัดจำหน่าย” ของหนังชุดนี้นะครับ!!

และดีลนี้…มันก็ไม่เกิดขึ้นเช่นกัน…

รวมทั้งยังมีรายงานออกมาเพิ่มเติมว่า…Sony เองนั้นมีแผนที่จะ reboot หนังชุดนี้กันอีกรอบนะครับ!! โดยที่จะไม่ไปเล่าเรื่องราวถึงจุดกำเนิดกันอีกต่อไปแล้ว…ซึ่งนี่ก็ยังอยู่ในข่ายที่ Sony อาจจะเลือกทำอยู่นะครับ…

แต่ไม่ว่าจะเป็นดีลไหนก็ตาม…มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันหมดก็คือ…

Andrew Garfield คงจะไม่ได้มารับบท Peter Parker อีกต่อไป!!

อันนี้ต้องขอย้อนกลับไปอีกเล็กน้อยนะครับ…

Andrew Garfield นั้นได้เซ็นสัญญาเอาไว้วว่าจะเล่นเป็น ฮีโร่อนาถา นี้ไว้ 3 ภาค…แต่ว่าทาง Sony ดันชิงประกาศออกมาว่า ASM นั้นจะมีถึง ภาค 4!! ซึ่งตัวนักแสดงเองก็เลยออกมาเปรยๆว่า ภาค 4 นั้นไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะได้มาเล่นด้วยอีกไหม…เพราะว่าเขาเซ็นสัญญาเอาไว้ถึงแค่ภาค 3 เท่านั้น…

ในขณะที่ทิศทางของเรื่องราวนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะเดินไปต่อในทางไหน…ถ้ายังจำกันได้…ใน ASM 2 นั้น…ควรที่จะเป็นการเปิดตัว Mary Jane Watson ซึ่งรับบทโดย Shailene Woodley ด้วยนะครับ…แต่หลังจากที่ถ่ายทำไปแล้วสักพัก…ก็เกิดการแก้ไขบท โดยที่ตัดส่วนของ Mary Jane ออกไปเสีย…

และในตอนนี้ ก็ยังไม่แน่ชัดว่า บทบาทของ Mary Jane นั้นจะยังมีอยู่ใน ASM 3 อีกไหม…รวมทั้งตัว Shailene Woodley เองก็ยังไม่รู้อนาคตเช่นกันว่า เธอจะยังได้เล่นในบทนี้ต่อไปด้วยไหม…

อีกทั้งตัวหนัง ASM 2 นั้นก็ทำเงินทั่วโลกได้น้อยที่สุดในบรรดาหนัง Spider-Man ทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ!! กับรายได้ทั่วโลก 708.9 ล้านเหรียญ…ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งกันภายในระหว่าง Sony และตัว Andrew Garfield เอง…ซึ่งเขาได้เคยวิจารณ์ว่า ที่หนังมันแป๊กก็เพราะการตัดสินใจในหลายๆเรื่องของทางค่าย…

จนทำให้มีข่าวลือออกมาช่วงปลายปีว่า Sony ได้ยกเลิกสัญญากับทาง Andrew Garfield ไปแล้ว…ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องนี้ออกมาอย่างเป็นทางการเสียทีนะครับ…

และทาง Marvel นั้นวางแผนเอาไว้แล้วว่า…Spider-Man ที่พวกเขาจะมีส่วนร่วมนั้น…มันจะเป็นการล้างภาพลักษณ์ของ Spidey ที่ทาง Sony เคยทำเอาไว้อย่างสิ้นเชิง…ซึ่งทาง Sony เองก็เหมือนจะเห็นด้วยกับแนวทางที่ Marvel วางเอาไว้ด้วยเช่นกัน…เพราะว่าหลายๆแนวทางที่พวกเขาเคยวางเอาไว้ ทั้งเรื่องของ ฮีโร่หญิง และ หนังรักของ “ป้าเมย์” นั้น…Marvel ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง…

ซึ่งนั่นหมายถึง…การหาคนที่จะมาแทนที่ Andrew Garfield นั่นเอง…

แต่ว่าแฟนๆนั้นไม่ยอมครับ!! พวกเขามองว่า Andrew Garfield นี่แหละที่เหมาะสมกับบทนี้แล้ว…

 


 

ในขณะที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างล่มลงไปจนจะหมดหวังแล้ว…

ทว่า…ยังมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนเป็นหิ่งห้อยที่ล่องลอยในป่าอันมืดมิด…และอาจจะเป็นความหวังสุดท้าย (ในช่วงเวลาอันใกล้นี้) สำหรับแฟนๆที่อยากที่จะให้การข้ามฟากของ 2 ค่ายนี้เกิดขึ้นกันเสียที…

เพราะว่า Sony เตรียมที่จะจัดประชุมเป็นการภายในขึ้นเพื่อถกกันถึงอนาคตของเจ้าฮีโร่อนาถาตัวนี้ ในชื่องานว่า Spidey Summit ในช่วงเดือนมกราคม…ซึ่งไม่ได้ระบุวันออกมา…

และมีรายงานออกมาว่า…Sony ได้เชิญให้ Marvel นั้นเข้าร่วมในการ “ถก” ครั้งนี้ด้วย!! โดยที่มีรายงานว่า “ท่านประธาน” Kevin Feige นั้นอยากที่จะให้ Avi Arad ออกไปจากโครงการนี้เสีย…เพราะว่าทั้งคู่ไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่นัก หลังจากที่ Avi Arad ออกจาก Marvel ไป…

แถมหนุ่ม Andrew Garfield นั้นมีรายงานออกมาว่า ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมด้วยแต่อย่างใดซะงั้น!!

ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ทำให้ทางเราต้องรอความคืบหน้าของเรื่องนี้ก่อนนั่นเองครับ…

และล่าสุดครับ…มีรายงานออกมาจนได้…แต่ทว่า…ดันออกมาจาก Latino Review (อีกแล้ว) ซะงั้น!!

โดยเจ้ากรมข่าวลือได้ระบุเอาไว้ว่า…

ทั้ง Marvel และ Sony ได้บรรลุข้อตกลงกันแล้ว!! โดยที่ Spider-Man นั้นจะไปโผล่ใน MCU ครั้งแรกที่ Avengers: Infinity War Part I ที่จะเข้าฉายในวันที่ 4 พฤษภาคม 2018 โน่นเลยนะครับ!!

ซึ่งยังมีระบุออกมาว่า ในตัวของ Peter Parker นั้น…จะไม่ใช่ทั้ง Andrew Garfield หรือ Tobey Maguire อย่างที่เคยลือๆกันมา!! เพราะว่า Marvel นั้นตั้งใจที่จะ reboot ภาพลักษณ์และเรื่องราวของ Spidey ไปในช่วงที่คาบเกี่ยวระหว่าง Spider-Man 2 และ 3 ที่ตัวของ Peter Parker นั้นสามารถใช้ชีวิตทั้ง 2 แบบได้อย่างลงตัวแล้วนั่นเอง…ซึ่งจะทำการคัดเลือกนักแสดงใหม่กันในภายหลัง…

แต่หลังจากที่ข่าวลือนั้นออกมาจาก Latino Review ได้ไม่เท่าไหร่…Sony ก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ…

แต่ว่าเราก็ยังคงจะต้องติดตามความคืบหน้าของอนาคตแห่ง ฮีโร่อนาถา ตัวนี้กันต่อไป…ว่าบทสรุปของทาง Sony นั้นจะเดินหน้ากันต่อไปอย่างไร…

จะยังมี Marvel ร่วมด้วยหรือไม่…

และเจ้า Spidey จะได้มีโอกาสไปลุยกับเพื่อนฝูงคนอื่นไหม…

เร็วๆนี้ น่าจะมีประกาศอะไรออกมาจากทาง Sony แน่นอนครับ…

 

ปล. เรื่องราวของ Sony vs GoP นั้นยังไม่หมดนะครับ…ติดตามกันต่อไปได้เร็วๆนี้…ใกล้จะจบแล้ว…^_^