Home Exclusive แนะนำตัวละคร: เบ็ธชีบา ธาเยอร์..ผีแม่มดแห่ง The Conjuring

[Sense Scary] แนะนำตัวละคร: เบ็ธชีบา ธาเยอร์..ผีแม่มดแห่ง The Conjuring

0 804

หลายคนคงได้เสพบรรยากาศขนหัวลุกกันไปแล้วสำหรับ The Conjuring ภาคแรก ซึ่งหลายคนเองก็อาจจะ ‘ดูหนังครึ่งเรื่อง’ (ปิดตาครึ่งเดียว) เช่นกัน ทำให้เรียกได้ว่า ‘กลัวลูกเดียว’ ทำให้ไม่ทันได้ทราบถึงประวัติแท้จริงของ ‘เบ็ธชีบา’ วิญญาณตัวร้ายหลักของ The Conjuring โดยบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงประวัติความเป็นมาของผีร้ายตนนี้ครับ

แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับเบ็ธชีบา ต้องขอเท้าความย้อนกันไปไกลถึงช่วงปีคริสตศักราชที่ 1692 กันก่อนครับ ซึ่งในสมัยนั้น มีเหตุการณ์สำคัญ 1 อันเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในคริสต์ศาสนิกชน เหตุการณ์นั้น ผมขอเรียกว่า ‘ยุคล่าแม่มดแห่งซาเล็ม’ ก็แล้วกันครับ

‘ซาเล็ม’ เป็นชื่อของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในรัฐแมสซาชูเซต ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในปี 1692 นั้นยังอยู่ในช่วงปลายของ ‘ยุคมืด’ หรือ ‘ยุคกลาง’ เป็นยุคที่ศาสนาคริสต์รุ่งเรือง แต่คำว่า ‘รุ่งเรือง’ ในที่นี้ กลับหมายถึงความเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายและสุดโต่งเสียมากกว่าโดยความเชื่ออย่างสุดโต่งนั้นนำมาซึ่งการต่อต้านอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ไม่นับถือในศาสนาคริสต์ เพราะชาวคริสต์ในยุคนั้นยังคงเชื่อว่า ‘สิ่งเดียวที่สามารถแสดงปาฏิหาริย์ หรือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติได้ สิ่งนั้นคือพระเจ้า..แต่สิ่งใดที่สามารถแสดงปาฏิหาริย์ หรือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติได้ นอกจากพระเจ้า สิ่งนั้นคือศัตรูของพระเจ้า นั่นคือซาตาน’ โดยผู้ที่นับถือในปาฏิหาริย์ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติใดๆ ที่ไม่ใช่พระเจ้า ผู้นั้นจะถือว่า ‘นอกรีต’ ซึ่งโทษของผู้นอกรีตนั้นคือการประหารโดยตรึงไม้และเผาทั้งเป็นโดยไม่สามารถแก้ตัวใดๆ ได้ และในหมู่บ้าน ‘ซาเล็ม’ นี้เอง มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันจนเกิดเป็นลัทธิหนึ่ง ลัทธินั้นเป็นลัทธิแห่งแนวคิดต่อต้านความเชื่อในพระเจ้า กระทำการใดๆ อันเป็นสิ่งตรงข้ามต่อการกระทำของคริสต์ศาสนิกชน รวมไปถึงการหันไปบูชาซาตานเพื่อเป็นการต่อต้านพระเจ้าอีกด้วย ชาวคริสต์เรียกลัทธิหญิงล้วนนั้นว่า ‘แม่มด’

หมายเหตุ: หากท่านใดเคยดูหนัง The Last Witch Hunter หรือซีรีส์ American Horror Story: Coven ก็จะมีได้ยินผ่านๆ หูอยู่บ้างเกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าแม่มดในซาเล็มครับ

ลัทธิแม่มดสืบทอดกันต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น จากแม่สู่ลูกสาว จนมาถึงปี 1692 ที่นโยบายล่าแม่มดอยู่ในช่วงที่กำลังดุเดือด ทำให้ผู้หญิงจากซาเล็มเป็นจำนวนมากถูกเผาทั้งเป็นอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพียงเพราะในช่วงนั้นคือช่วงที่โรคระบาดบางโรคกำลังระบาดอย่างหนัก ทำให้ประชาชนหลายคนล้มตายอย่างหาคำตอบไม่ได้ เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะในยุคนั้น ‘โบสถ์’ อันเป็นศาสนสถานนั้นก็เปรียบเสมือนโรงพยาบาล เพราะผู้ใดเจ็บป่วย ต่างก็มาพึ่งบารมีของบาทหลวงให้พรหมน้ำมนต์และสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้าให้หาย ที่รอดตายก็มี ที่ไม่หายดีก็มีมาก ซึ่งวิทยาการแพทย์นี้ก็ถูกเหมารวมไปว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ที่ไม่อยู่ในฐานความเชื่อของผู้ที่นับถือในพระเจ้า วิทยาการทางวิทยาศาสตร์เพื่อการแพทย์ จึงจัดเป็นการบูชาซาตานในรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเกิดโรคระบาดในซาเล็มที่ชาวคริสต์ในยุคนั้นหาคำตอบไม่ได้ ก็จะโยนบาปไปที่บุคคลใดๆ หญิงนิรนาม หญิงพเนจรใดๆ ที่ไม่นับถือพระเจ้าว่าเป็นแม่มด ตัวการที่นำมาซึ่งโรคระบาด

และแล้วก็มาถึง ‘ตระกูลธาเยอร์’ ซึ่งเป็น 1 ในตระกูลผู้รอดชีวิตมาจากยุคล่าแม่มดแห่งซาเล็ม จนมาถึงรุ่นของ ‘เบ็ธชีบา ธาเยอร์’ โดยเบ็ธชีบา แต่งงานกับชายมีฐานะคนหนึ่งจนมีทรัพย์สินมีค่า มีที่ดินเป็นของตัวเอง และมีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ทั้ง 3 กลับอายุสั้น อยู่ไม่ถึง 7 ขวบก็ตายกันหมดด้วยโรคที่ไม่มีทางรักษาเสียก่อน ทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นเริ่มซุบซิบนินทากันว่า เธอฆ่าลูกตัวเองเพื่อบูชาซาตาน ตามแนวคิดของคริสต์ศาสนาว่า ‘การมีลูกคือพรจากพระเจ้าที่ประทานให้แก่ครอบครัว’ จึงเข้าใจว่าเบ็ธชีบาแสดงการต่อต้านโดยฆ่าคร่าชีวิตพรจากพระเจ้า และก่อนตาย เบ็ธชีบาได้สาปแช่งผู้อาศัยในที่ดินของตน จนหลังจากที่เบ็ธชีบาตาย ผู้อาศัยในที่ดินละแวกนั้นต่างก็เกิดเหตุหายนะแก่ครอบครัว อาจเป็นเพราะบังเอิญ หรือคำสาปจากเบ็ธชีบาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดอย่างหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ คงประมาณว่า ‘ถ้าอยากให้กูเป็นแม่มดมากนัก..กูเป็นให้ก็ได้’ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเบ็ธชีบากลายเป็นแม่มดไปแล้วจริงๆ คือการลอยตัวขึ้นเหนือพื้นในระหว่างที่ เอ๊ด และ ลอร์เรน วอร์เรน ทำพิธีไล่ผี พร้อมกับสิ่งของรอบข้าง หรือที่เรียกว่า ‘Telekinesis’ (พลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ) อันเป็น 1 ในความสามารถของหญิงสาวผู้บูชาซาตานที่ถูกเรียกว่า ‘แม่มด’