Home Review Sense Review : Yes or No 2.5 กลับมา…เพื่อรักเธอ เมื่อความรักเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้…

Sense Review : Yes or No 2.5 กลับมา…เพื่อรักเธอ เมื่อความรักเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้…[C]

1 2535

ออกตัวก่อนนะครับว่า ผมไม่เคยชมภาพยนตร์ชุด Yes or No ทั้ง 2 ภาคก่อนหน้านี้มาก่อน…และด้วยความที่ภาคล่าสุดนี้ เป็นเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาคก่อนๆเลยนั้น…ผมจึงขออนุญาตที่จะพูดถึงสิ่งที่ได้รับชมในภาคนี้แต่เพียงอย่างเดียวนะครับ…

ถ้าพูดถึงภาพยนตร์ไทยที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของคนเพศเดียวกันนั้น…ส่วนใหญ่คงจะนึกถึง รักแห่งสยาม ที่เป็นเหมือนหัวหอกทะลวงฟันที่กล้าเล่นเรื่องราวแบบนี้ และเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จกันพอสมควร…และทำให้หลายๆคนกล้าที่จะเล่าเรื่องราวและประเด็นเหล่านี้มากขึ้น…

และภาพยนตร์ชุด Yes or No นั้นก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง…โดยเฉพาะเมื่อมองถึงจำนวนของแฟนคลับที่ชื่นชอบในตัวหนัง และ ตัวของนักแสดงในเรื่อง…ซึ่งน่าจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาคนี้ขึ้นมา…

ซึ่งมีเรื่องย่อประมาณนี้…

 

“เรื่องราวของสองสาวหล่อเพื่อนซี้ ไวน์ ช่างภาพมาดเท่ และ พี เชฟยอดฝีมือกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่มีต่อ พิม และ ฟ­้า…ความรัก ความหลัง อดีต และ ปัจจุบัน พาทั้งสี่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง ไวน์นั้นยังปักใจอยู่กับรุ่นน้องอย่างพิม แต่พิมกลับกำลังคบอยู่กับแฟนหนุ่ม พีที่อยากช่วยเพื่อนให้ตัดใจจากรักเก่า จึงวางแผนเป็นพ่อสื่อจับคู่ไวน์กับฟ้า เพื่อนสนิทของพิม แต่เมื่อฟ้ากลับหลงเสน่ห์ของพีแทน ความสับสนอลเวงจึงเกิดขึ้น…”

 

ด้วยความที่เรื่องราวไม่เกี่ยวข้องกับภาคก่อนๆ…ทำให้การนำเอานักแสดงที่เคยเล่นในภาคก่อนๆมารับบทตัวละครใหม่นั้น อาจจะทำให้เกิดความสับสนให้แก่ผู้ชมได้ในช่วงแรกๆ…

เนื้อเรื่องนั้นดำเนินไปแบบเรียบง่าย และ เป็นเส้นตรง…แทบจะเรียกได้ว่า เดินเรื่องกันแบบทื่อๆเลยก็ว่าได้…หลายช่วงนั้นก็เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุเท่าไหร่นัก…หลายช่วงก็ยังเรียกได้ว่าค่อนข้างน่าขัดใจ…และมีหลายช่วงที่เหมือนกับว่าหลุดมาจากนิยายตาหวานทั้งหลายแหล่…คือเหมือนเรานั่งอ่านนิยายบนจอภาพยนตร์เลย…ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้มันเหมาะกับการเป็นภาพยนตร์แต่อย่างไร…(โดยเฉพาะฉาก สวนสนุก)

แต่ในการดำเนินเรื่องที่ออกจะทื่อๆแบบนี้…หนังก็ยังแอบสอดแทรกอะไรเล็กๆอยู่บ้าง…โดยเฉพาะ ในแต่ละช่วงของหนังนั้น จะเป็นการโฟกัสเรื่องราวไปที่ตัวละครแต่ละคนกันไป…ซึ่งทั้ง 4 ตัวละครนั้นก็จะมีช่วงเวลาที่หนังนั้นจะให้น้ำหนักเรื่องราวของแต่ละครได้ค่อนข้างเฉลี่ยออกมาใกล้เคียงกัน…

อย่างที่บอกไว้ด้านบนว่า การเดินเรื่องไปเป็นแบบเส้นตรง…คือทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นไปแบบตามลำดับเหตุการณ์ แทบจะไม่มีจุดพลิกผันหรือจุดเปลี่ยนอะไรเท่าไหร่นัก…และการดำเนินเรื่องแบบเรียบง่าย ซึ่งง่ายดายจนแทบจะไม่มีประเด็นอะไรหนักๆให้เล่นกันมากเท่าไหร่…

ซึ่งผมเสียดายตรงจุดนี้…เพราะว่าตัวหนังนั้นทิ้งเชื้อในช่วงครึ่งเรื่องหลังเอาไว้ค่อนข้างน่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นของ การยอมรับในความสัมพันธ์แบบ หญิงรักหญิง…ซึ่งจริงๆแล้วสามารถที่จะเล่นประเด็นนี้ได้อย่างหนัก และ ขยี้ได้อีกเยอะ…เพียงแต่ว่าผู้สร้างคงจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ชมที่เป็นแฟนคลับมากจนเกินไป…เลยละทิ้งการเล่นประเด็นหนักๆทั้งหลายไป…

เลยทำให้เรื่องราวทั้งหมดของภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกมาแบบเรื่อยๆ เฉยๆ และ แทบไม่มีจุดน่าสนใจเท่าไหร่นัก…ทั้งๆที่หนังได้จุดชนวนเอาไว้เล็กๆหลายช่วงแล้ว…

และบทสรุปสุดท้ายของเรื่องนั้น…ถึงแม้ว่ามันจะออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจก็ตาม แต่ก็ทำให้อดคิดตามไม่ได้ว่า ถ้าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นกับคนธรรมดาทั่วไป ที่ต้นทุนชีวิตไม่ได้มีมากอย่างตัวละครในหนังนั้น มันจะจบได้ง่ายแบบนี้ไหม…

งานภาพค่อนข้างออกมาสวย โดยเฉพาะหลายๆช่วงที่ค่อนข้างฟุ้ง ให้อารมณ์เหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน…ซึ่งค่อนข้างเข้ากันดีกับหนังสไตล์นี้…และการลำดับเรื่องราวก็ค่อนข้างที่จะดำเนินไปแบบที่มันควรจะเป็น แทบจะไม่มีจุดที่มันโดดออกมาจนน่าขัดใจเท่าไหร่นัก…

แต่ก็มีจุดที่แอบขัดใจเล็กน้อยตรง นักแสดงของเรื่อง…ซึ่งในความรู้สึกของผมนั้น ผมมองว่า เคมีไม่ค่อยจะเข้ากันมากเท่าไหร่…

ในส่วนของ 2 ตัวหลักอย่าง ติ๊นา-ศุภนาฏ และ นัน-สุนันทา นั้น…คู่นี้กลับเป็นคู่ที่เคมีเข้ากันได้มากที่สุดแล้ว…ทั้งกวนทั้งฮาตามประสาเพื่อนซื้…และมีหลายๆช่วงที่ดูแล้วแทบอยากที่จะ “จิ้น” ไปว่า “ได้กันเองเถอะ”…

ในขณะที่ 2 สาวรุ่นน้องอย่าง ปีเก้-พิมพกานต์ และ หงหยก-จันษกร นั้น…ทั้งคู่ดูแตกต่างมากจนเกินไปที่จะทำให้เชื่อว่า ทั้งคู่สนิทกันมาจนสามารถย้ายมาเป็น roommate กัน…เพราะว่าแทบจะไม่มีซีนที่ทั้งคู่นั้นได้อยู่ด้วยกันและพูดคุยกันมากเท่าไหร่นัก…

และด้วยความที่หนังเองนั้นพยายามที่จะสับขาหลอกให้ความรักของทั้ง 4 คนนั้นดูวุ่นวายและยุ่งเหยิง…เลยยิ่งทำให้กว่าที่เคมีของนักแสดงนั้นจะลงล็อค(อย่างยากลำบาก)นั้น ก็ปาเข้าไปตอนจะจบเรื่องแล้ว…

 


 

 

สรุป : Yes or No 2.5 กลับมา…เพื่อรักเธอ…ภาพยนตร์ความรักที่ค่อนข้างจะเฉพาะกลุ่มเล็กน้อย ที่ภาพรวมนั้นออกมาน่ารักสดใส สมใจและถูกใจแฟนคลับและกลุ่มเป้าหมายได้ดี แต่จุดโหว่ก็เยอะตามไปด้วย ทั้งเนื้อเรื่องที่ราบเรียบและไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก เคมีนักแสดงที่ไม่ค่อยจะคลิ๊กกันเท่าไหร่ และ การที่หนังเลือกที่จะทิ้งการเล่นประเด็นทั้งหลายไปหมดเลยทั้งๆที่มันสามารถที่จะขยี้ได้อีกเยอะ…และตอนจบที่แม้จะจบได้ดี แต่ก็แอบจบง่ายไปนิด…

 

ทำให้โดยรวมออกมาเป็นหนังที่ดูเพลินๆสำหรับคนดูทั่วไป และน่าจะถูกใจเหล่าแฟนคลับ และ กลุ่มเป้าหมายของหนังพอสมควร…และถ้าจะมีภาคต่อออกมาอีกนั้น ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก…