Home Review Sense Review : The Hundred-Foot Journey…ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน

Sense Review : The Hundred-Foot Journey…ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน

0 1455

**รีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลนะครับอาจจะมีสปอยเนื้อหาบ้างเล็กน้อย**


ว่าที่หนังอร่อยที่สุดแห่งปี ที่เตือนไว้เลยว่า ควรหาอะไรทานก่อนเข้าไปดู เพราะขนาดผมทานอะไรลองท้องมาก่อนแล้วดูเรื่องนี้จบยังต้องเสียเงินเข้า เซเว่นไปซื้อข้าวกล่องมาทานเลย ฮ่าๆๆๆ



หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับคนสองสัญชาติ อินเดีย-ฝรั่งเศษ ที่ต่างมีวิธีการทำอาหารในรูปแบบของตัวเอง แต่ตัวหนังจะเน้นเรื่องราวหลักไปที่ฝั่งทางคนอินเดียมากกว่า ที่เน้นไปที่ Hassan พระเอกของเรื่องที่มความสามารถเป็นเลิศในเรื่องรสชาติ และ การปรุงรสอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างอาหารที่มีรสชาติอันรสเลิศเพียงแต่พวกเขาต้องอพยพมาจากบ้านเกิดตัวเองเนื่องจากปัยหาการเมืองที่นั่น และ ก้ได้สูญเสียคนสำคัญที่สุดไป พวกเขาจึงเลือกเดินทางมาที่สถานที่สุขสงบแห่งนี้ และ ได้ซื้อสถานที่หนึ่งเพื่อเปิดร้านอาหาร และ ฝั่งตรงข้ามพวกเขาก็มีร้านอาหารเปิดอยุ่แล้วเช่นกัน แต่จะดูหรูมีระดับกว่า ก่อนที่สงครามร้านอาหารจะเริ่มขึ้น

ช่วงการปะทะกันนี่จะเป็นส่วนที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกเอามากๆ เมื่อต่างฝ่ายต่างจิกกัดกันอย่างถูกใจคนถู ทั้งสีหน้า คำพูด เพลงประกอบที่ให้อารมณ์ร่วมสุดๆ แต่เนื่องจากเป็นหนังที่ฟีลกู๊ดเรื่องพวกนี้จึงผ่านไปอย่างรวดเร็วไปสู่อีกขั้นหนึ่ง ที่ให้บรรยากาศอบอุ่นยิ่งขึ้น แม้รสชาติอาจจะดูจืดจางลงไปนิส แต่มันเป็นส่วนที่ให้รู้สึกเต็มอิ่มและผ่อนครายเอามากๆ

สิ่งที่ชอบเลยคือบรรยากาศ วิว ของที่นี่ถูกจัดออกมาได้อย่างเงียบสงบ สวยงาม และ น่าอยู่เอามากๆ การที่ฉากในตลาดเห็นของสดๆสีจี๊ดๆจึงเป็นอะไรที่ทำร้ายคนดูสุดๆ ยิ่งคนที่ชอบทำอาหารด้วยแล้วจะเกิดอาการคันไม้คันมืออยากจะจับเครื่องไม้เครื่องมือหยิบจับวัตุดิบในหนังไปเข้าครัวให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย 

ฉากที่ชอบที่สุดในเรื่องสำหรับผมก็คงเป็นฉากทำไข่เจียวที่มี Manish Dayal กับ Helen Mirren อยู่ในฉาก มันเป็นอะไรที่ทรงพลังและ ชอบที่สุดแล้ว แม้ว่ามันเป็นฉากที่ทำไข่เจียวที่ธรรมดาๆ แต่ถ่ายทอดออกมาได้ซาบซึ้งถึงการก่อตัวของคนสองสัญชาติที่ค่อยๆหลอมรวมเข้าด้วยกันไม่ต่างจากอาหารที่ทำอยู่ที่เป็นส่วนผสมของคนต่างที่มารวมกันได้อย่างกลมกล่อมและลงตัว

จากชื่อหนัง Hundred-Foot (100ฟุต) มีส่วนเกี่ยวข้องในหนังที่ว่ามันเป็นระยะห่างของร้านสองร้าน กับ การผจญภัยที่เกิดคาดคิดของสงครามร้านอาหารของคนสองสัญชาติที่ค่อยๆหลอมรวมเป็นหนึ่งในท้ายที่สุด กับ ประเดนเรื่องครอบครัวที่ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนๆก็ไม่มีความสุขเท่ากับอยู่ที่ บ้าน หรือ ครอบครัวของเรา 

โดยรวมถือเป็นหนังที่ดูสนุก อบอุ่น บรรยากาศที่กลมกล่อมพอๆกับอาหารที่ขยันมาเสิร์ฟให้เรา ที่จะทำให้ยิ้มไปจนหนังจบ

หนังเรื่องนี้เปิดรอบพิเศษหลังสองทุ่มวันที่ 6-12 พฤศจิกายน และ ฉายจริงวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้