Home Review The Big Short -เกมฉวย โอกาสรวย

[Sense Review] The Big Short -เกมฉวย โอกาสรวย

0 835

คำเตือน
รีวิวนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
และรีวิวนี้อาจจะมีสปอยเนื้อหาบ้างสำหรับผู้ที่ไม่เคยดูมาก่อนขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งอ่านรีวิวนี้…………………….

ปี2008 เกิดเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของวงการเศรษฐกิจอเมริกา ที่เรารู้จักในชื่อเล่นนาม “วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์” ที่เหล่าบริษัทระดับบิ๊กหลากหลายเจ้าต้องล้มระเนระนาดไปแบบไม่มีชิ้นดี และเรื่องราวเหล่านี้ก็ได้ตีแผ่ออกมาเป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจกับเรื่องราวที่ เกิดขึ้นของวิกฤติเศรษฐกิจนี้กับ The Big Short

ย้อนกลับไปในปี2005 ช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุการณ์วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ หายนะทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดในอเมริกา เมื่อคน4คนซึ่งมีลักษณะการลงทุนที่แตกต่าง ได้เห็นภัยเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก3ปีข้างหน้า พวกเค้าจึงได้ใช้โอกาสในการลงทุนกับตลาดบ้านที่ซึ่งได้ผลประกอบการอันแสนจะ เสี่ยงสุดๆในปีนั้น โดยที่หลายๆธนาคารและสถาบันการเงินใหญ่ๆต่างขำขันและหัวเราะว่าคนเหล่านี้ บ้าสุดๆ และหารู้ไม่ว่า ใน2-3ปีข้างหน้าตลาดบ้านที่มีความเสียงสุดๆต่อการลงทุนนั้นจะพังครืนในอีก ไม่ช้า…

ด้วยเรื่องราวที่เฉพาะทางในเรื่องของเงินๆทองๆ และเศรษฐกิจโลก จึงทำให้เนื้อหานั้นเต็มไปด้วยศัพท์เกี่ยวกับการเงินต่างๆมากมาย ถึงแม้ว่าจะมีการอธิบายให้เห็นภาพด้วยดาราสุดฮอทของอเมริกาอย่างง่ายๆ ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าใจหรือเก็ตได้กับเนื้อหาลึกๆของศัพท์เหล่านั้น แต่สิ่งที่แปลกอย่างเมื่อเวลาดูเรื่องนี้แล้วไม่รู้สึกเบื่อหน่ายหรือลุกออก จากที่นั่งเลยคือการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์และการตัดต่อที่เข้ากันมากๆ ทำให้เรื่องนี้ดูน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ เรื่องบทบาทดารานักแสดงนั้น ต้องบอกเลยว่าคุณภาพล้วนๆ โดยเฉพาะ Steve Carell ที่เผินๆแล้วเค้าจะเป็นคนที่แสดงหนังตลกบ่อยๆจนติดตา แต่พอมาแสดงเรื่องนี้กลับทำได้ดีและโดดเด่นกว่า3คนแสดงร่วม(Christien Bale,Brad Pitt และ Ryan Grossling)เสียอีก ถ้าเทียบกับ Foxcatcher แล้วเรื่องนี้แสดงได้แรงกว่ามากๆ เนื้อหาบางตอนมีมุกตลกเกี่ยวกับการเงินแทรกเข้ามาบ้าง ก็พอเข้าใจในการเปรียบเทียบและประชดประชันทำให้เนื้อหาพอที่จะหัวเราะได้ออก มาบ้าง ด้านเพลงประกอบก็ใส่ออกมาได้กวนสุดๆ ในซีนของ Dr.Michael ที่ชอบเพลงเฮฟวี่เมทัล ก็เล่นเอาเพลงอย่าง Mastodon หรือ Metallica มาแทรก หรือบางฉากที่เอาเพลงอย่าง Feel Good Inc.ของ Gorillaz และSweet Child O’mine ของ Gun & Roses มาใส่ ก็ทำให้ตัวเรื่องมีรสชาตและสีสันที่แปลกๆกวนๆดี ถ้ามองหนังเรื่องนี้เหมือนอาหารก็เปรียบเหมือนกับสเต็กชิ้นโตๆ ที่ย่างแบบแรร์ คือมีความชุ่มฉ่ำของน้ำในเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย แต่ก็เคี้ยวยากด้วยความเหนียวของมันจนไม่สามารถย่อยออกมาได้ง่าย นั่นจึงทำให้ต้องบรรจงเคี้ยวอย่างละเอียดจึงจะสามารถกลืนลงคอสบายๆ ดังนั้นหนังเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน แม้ศัพท์จะฟังดูยากๆเข้าใจยากๆ แต่เรื่องนี้กลับให้ความสนุกได้อย่างประหลาดและง่ายมากๆโดยบริบทและธรรมชาติ ของมันเอง

ตัดสิน
-ข้อดี : การเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์,ตัดต่อแหวกแนว,การแสดงที่ยอดเยี่ยมของ Steve ,เพลงประกอบกวนๆ
-ข้อเสีย : ศัพท์ทางการเงินที่ฟังดูยาก

คะแนนเต็ม10 = 9/10

เพิ่มเติมสักนิด
The Big Short คือภาพยนตร์ที่มีการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ สนุกได้แม้ไม่รู้ศัพท์การเงิน การแสดงของ Steve โดดเด่นสุดๆ เป็นภาพยนตร์ดีรับต้นปีที่ควรจะเข้าไปดู และแนะนำว่าหากอยากให้สนุกมากกว่านี้ควรศึกษาเรื่องเศรษฐกิจก่อนดู หรือหลังดูจบจะดีมากๆ แล้วคุณจะรู้ว่าเรื่องเงินๆทองๆนั้นเราก็สามารถเข้าใจได้ ขอขอบคุณ UIP และโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ที่เอื้อเฟื้อโอกาสในการชมภาพยนตร์เรื่อง นี้ครับ