Home Review Sense Review – Sicario ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด

Sense Review – Sicario ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด [8.5/10 คะแนน]

0 1432

Directed by Denis Villenueve

Runtime 121 minutes

ผลงานชิ้นล่าสุดจากผู้กำกับ Prisoners และ Enemy ที่จะทำให้คุณเกือบลืมหายใจ!

หลายๆท่านคงเคยได้ชมหนังระทึกขวัญ สืบสวน สอบสวน อย่าง Prisoners กันมาแล้ว เท่าที่จำความรู้สึกได้ มันพาเราไปจุดที่กดดันที่สุดของหนัง แล้วก็คลี่คลายปมในแบบที่ต้องร้อง เฮ้ย! กันเลยทีเดียว ส่วน Enemy ก็เป็นเหมือนเงาภาพท้อนของสังคมที่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของบุคคลที่มีอำนาจเหนือกว่า และเกินจะควบคุมได้ เพราะได้ถูก ”ชักใย” อยู่ตลอดเวลา มาถึง Sicario ผู้กำกับ Denis Villenueve ก็ได้นำความดีความชอบจากทั้งสองเรื่องมาผสมสักเล็กน้อย ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ระทึกขวัญ หรืออาจเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของปีเลยก็ว่าได้

“ในเม็กซิโก SICARIO แปลว่า นักฆ่า”

หนังเล่าเรื่องราวของตำรวจหญิง เคท มาร์ซี่ (Emily Blunt) ที่เธอได้เข้าร่วมทีมภารกิจแกะรอยพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเม็ก­ซิโกที่สุดแสนอันตราย ร่วมทีมกับทหารรับจ้างหนุ่มอเล็กฮานโดร (Bennicio Del Toro) ภารกิจครั้งนี้นอกจากเธอจะต้องเผชิญหน้ากั­บความเป็นตายแล้ว เธอยังถูกทดสอบทางจริยธรรมและศีลธรรมแบบที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนจนไม่­สามารถกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก ระหว่างทางเธอก็ได้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับทุกๆสิ่งที่เธอได้พบเห็นหรือกระทำ ทำให้เธอต้องหาคำตอบเพื่อคลี่คลายปมที่เธอสงสัยมานับตั้งแต่แรก

“การที่จะปราบผู้ก่อการร้ายได้ ก็เหมือนการค้นพบวัคซีน”

หากคุณได้ชมแล้วคุณจะพบว่าหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ค่อยสร้างปมให้เกิดความสงสัย ค่อยๆเพิ่มอารมณ์กดดัน และความตื่นเต้นให้กับผู้ชมเรื่อยๆ จนบางทีเราคิดว่ามันจะบิ้วไปเรื่อยๆไปจนหนังจบรึเปล่าเนี่ย โดยจะเน้นไปที่ตัวของ เคท เธอเป็นตำรวจสาวที่เกิดคำถามมากมาย ไม่ต่างอะไรกับผู้ชมที่นั่งสงสัยกับปมที่หนังได้ปูไว้ การใช้ลูกเล่นนี้ก็เป็นการทำให้คนดูโฟกัสไปในผิดจุด ซึ่งเป็นอะไรที่ฉลาดมาก การดำเนินเรื่องบางส่วนอาจดูไม่ค่อยลงตัว ดูอ่อนบ้าง หนักบ้าง แล้วจู่ๆก็ลงหนักมากไปเลย แต่มันก็เป็นเหมือนการที่ทำให้ผู้ชมไม่ได้ตั้งตัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป หักดิบอารมณ์ผู้ชม แล้วกุมไว้อย่างอยู่หมัด ทำให้ความรู้สึกตอนดู เหมือนคุณโดนเอาปืนจ่อไว้ตลอดเวลา (อึดอัด ลุ้น กลัว) ยิ่งขุดยิ่งลึก ยิ่งลึกยิ่งเน่า

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เกิดจาการแสดงที่เต็มที่ของนักแสดงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Emily Blunt ที่รับบทตำรวจหญิงคนเดียวในเรื่อง ที่เธอได้สามารถแสดงจุดยืนความไม่ยอมแพ้ของตัวละคร และอุปสรรคในด้านเพศสรีระได้อย่างดีเยี่ยม จะว่า feminist ก็ว่าได้นะ เพราะหนังค่อนข้างเชิดชูความแข่งแกร่ง แต่ก็ไม่ลืมที่จะนำเสนอด้านอ่อนไหวของตัวละครเช่นกัน นักแสดงสมทบอย่าง Bennicio Del Toro หรือแม้แต่ Josh Brolin ก็ได้นำเสนอแง่ดิบของวงการยุติธรรมได้อย่างถึงพริกถึงขิง ดูสมจริง แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับการกำกับและบทภาพยนตร์ที่แข็งแรง สามารถเจาะลึกเข้าไปในกระบวนการพวกนี้ได้อย่างเผ็ดมันส์ ทำให้เห็นจริงๆว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกที่สวยงามอย่างที่เห็น มันมีอะไรมากกว่านั้น แม้ว่าจะมีบางจุดที่ยังบกพร่องเล็กน้อย

Roger Deakins and Denis Vellenueve

ที่มันดูกลมกล่อม ก็เพราะองค์ประกอบทุกอย่างมันพาไป ไม่ว่าจะเป็นด้านภาพที่ได้ผู้กำกับภาพอย่าง Roger Deakins ผู้ได้รับรางวัลออสการ์มานัดต่อนัด มาช่วยถ่ายทอดภาพให้ดูน่าฉงน และสวยงามอาหารตาอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์เมืองอันเน่าเฟะของเม็กซิโก ภูเขาท้องฟ้าอันวิจิตร  ไปยันการวางตำแหน่งกล้องที่แปลกใหม่น่าชื่นชม บวกกับการตัดต่อที่ลงตัวของ Joe Walker ที่ค่อยๆดำเนินเรื่องอย่างน่าสนใจ

เพลงประกอบเป็นจุดเด่นของเรื่องนี้เหมือนกัน คุณจะรู้สึกเหมือนโดนดึงไปในห้วงลึก ที่มีความอึดอัด พิสดาร ไม่น่าไว้วางใจ กดดัน เป็นผลงานประพันธ์ของ Jóhann Jóhannsson เจ้าของเดียวกันกับ Prisoners และ Foxcatcher ที่ฝากความหลอนเข้าไปในห้วงลึกมานับไม่ถ้วน

SICARIO คือสุดยอดภาพยนตร์ Action – Thriller – Suspense จากผู้กำกับ Prisoners และ Enemy ที่จะทำให้คุณแทบหยุดหายใจ ผนึกกำลังด้วยองค์ประกอบชั้นดีที่ปรุงแต่งออกมาอย่างน่าประทับใจ จวบจนการแสดงที่ดีเยี่ยม พร้อมเข้าชิงเวทีออสการ์ด้านต่างๆอย่างสมภาคภูมิ

“หนึ่ง”ในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของปีนี้

คะแนน 8.5/10

เข้าฉาย 8 ตุลาคม 2558

Reviewed by Admin Jerry