Home Review Sense Review : Mortdecai…ตกลงว่าพี่จะเป็นหนังตลก หรือ หนังสืบสวน หรือเป็นมันทั้งคู่!!

Sense Review : Mortdecai…ตกลงว่าพี่จะเป็นหนังตลก หรือ หนังสืบสวน หรือเป็นมันทั้งคู่!! [C+]

0 2222

David Koepp อาจจะยังเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงไม่ได้โด่งดังอะไรมากนะครับ…

ซึ่งผลงานที่ผ่านมาอย่าง Stir of Echoes (1999), Secret Window (2004) และ Premium Rush (2012) น่าจะพอให้แฟนๆภาพยนตร์พอจะนึกออกกันบ้างนะครับ…

แต่ที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำได้ดีก็คือ…ผลงานการเขียนบทภาพยนตร์อย่าง Jurassic Park และ Carlito’s Way (1993), Mission: Impossible (1996), The Lost World: Jurassic Park (1997), Panic Room และ Spider-Man (2002), Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull (2008) และ Angels & Demons (2009) เป็นต้น…

และนี่คือผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของเขา…แต่เรื่องนี้พี่แกดันไม่ได้เขียนบทเองซะงั้น – -”

Mortdecai นั้นเป็นนิยายแนวระทึกขวัญที่แต่งโดย Kyril Bonfiglioli ที่วางแผงในยุค 1970s…โดยมีออกมาทั้งสิ้น 4 เล่ม…เป็น 1 ไตรภาค และ 1 ภาคก่อนหน้า…โดยที่เล่มที่ 5 นั้นผู้แต่งเสียชีวิตลงเสียก่อน…แต่ก็ได้นักเขียนคนอื่นมาสานต่อจนจบ…

ทว่า…เมื่อ Lionsgate นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น…กลับเปลี่ยนโทนของหนังให้กลายเป็น ตลก-สืบสวน แทนซะงั้น!! และก็ได้นักแสดงแถวหน้ามาร่วมแสดง…

เรื่องราวใน Mortdecai นั้นจะเล่าในช่วงที่ นักซ­ื้อขายงานศิลปะมาดผู้ดี Charlie Mortdecai และคนรับใช้ขาโหดคู่ใจอย่าง Jock Strapp ที่ต้องตะลุยภารกิจระดับโลก เมื่อเขาได้รับมอบหมายจากสารวัตร Martland­์ ให้งัดเอาเสน่ห์ ใช้ทุกเล่ห์กล ในการตามหาภาพเขียนล้ำค่าที่ถูกขโมยไป ซึ่งร่ำลือกันว่ามีรหัสลับซ่อนไว้ ซึ่งอาจนำไปสู่ขุมสมบัติล้ำค่าจำนวนมหาศาล­ของพวกนาซี…ซึ่งเป็นการเอาเนื้อหาจากนิยายเล่มแรกอย่าง Don’t Point that Thing at Me ที่วางแผงในปี 1973 มาดัดแปลงนะครับ…

ซึ่งตัวเอกของเรื่องอย่าง ท่าน Lord Mortdecai นั้นไม่ได้เป็นพวกสายสืบอะไรกันโดยตรง แต่ในเรื่องมันจำเป็นต้องเป็นกึ่งๆสายสืบให้กับตำรวจ ฉะนั้นเราจึงจะได้เห็นการสืบสวน และ ค้นหาความจริงของเรื่องราวต่างๆ ที่มันเกี่ยวข้องกับการโจรกรรม…

แต่ด้วยความที่มันเป็นหนังตลก…ฉะนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นการค้นหาหลักฐานและสืบค้นความจริงกันแบบจริงๆจังๆเท่าไหร่นัก…ถ้าจะเปรียนให้เห็นภาพกันแบบชัดๆก็คือ…สไตล์เดียวกันกับ Johnny English โดยที่เปลี่ยนตัวเอกเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะจอมเปิ่น แทน สายลับหน้าตาย…

ทว่า…ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวเรื่องราวมันจะมีแต่น้ำมากเกินไปหรือเปล่า…ทำให้เกิดการถ่วงดุลโดยตัวละครอย่าง Johanna Mortdecai ผู้เป็นเมียของ ท่าน Lord…ที่ฉลาดล้ำโลก และ ล้ำลึก จนเหมือนว่าเป็นตัวละครที่อยู่ผิดที่ผิดทางไปเสียหน่อย…โดยเฉพาะการสืบข้อมูลที่ฉลาดเสียจนอดคิดไม่ได้ว่า ชีควรที่จะไปเป็นเมียของ Sherlock Holmes เสียมากกว่า!!

และพอพูดถึงตัวละครในเรื่องแล้วนั้น…ทุกคนในเรื่องก็ดันเป็นพวกที่ ไม่เต็มเต็ง กันเสียหมด…ซึ่งมันส่งผลดีต่อหนังตลกเช่นนี้ เพราะว่ามันสามารถที่จะเล่นมุกอะไรต่อมิอะไรได้มาก…และบรรดามุกตลกในเรื่อง ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้หนังเรื่องนี้ออกมาค่อนข้างโอเค…ซึ่งด้วยความที่ตัวละครหลักเป็นชาว อังกฤษ…พวกมุกก็จะออกมาสไตล์อังกฤษจ๋า…ซึ่งก็ต้องย้อนกลับไปที่ Johnny English กันอีกครั้ง…ลักษณะการยิงมุกจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก…แต่ที่เหนือกว่าก็คือ…มุกส่วนใหญ่ค่อนข้างเวิร์ค…

ซึ่งมุกตลกที่ขยันปล่อยออกมานั้น ช่วยกลบเนื้อเรื่องที่มันไม่ค่อยมีอะไรมาก ให้สามารถดูได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกน่าเบื่อเท่าไหร่นัก…แม้ว่ามันจะไม่มีมุกที่มันยอดเยี่ยมจนสามารถทำให้หัวเราะกันแบบสุดเสียงได้เลยก็ตาม…แต่โดยรวมแล้วมันเวิร์คครับ…

การเดินเรื่องนั้นก็เล่าไปแบบเดินหน้าเรื่อยๆ ไม่ได้เร็วหรือช้าจนเกินไป…และด้วยเนื้อหาที่ไม่ค่อยมีอะไรมาก เลยทำให้เวลาในหนังกว่าครึ่งนั้น เป็นการเล่นมุกเสียมากกว่า…

องค์ประกอบอื่นๆในหนังนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่น หรือ ดีเยี่ยมเป็นพิเศษ…อยู่ในมาตรฐานหนังตลกทั่วไป…

อีกส่วนที่ช่วยยกระดับหนังขึ้นมาให้ดูดีก็คือ…เหล่านักแสดงยอดฝีมือทั้งหลาย…ซึ่งช่วยให้หนังเรื่องนี้มันน่าสนใจมากขึ้น

Johnny Depp กับบทบาทที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองมานัก นอกจากสำเนียงการพูด…ซึ่งเรื่องนี้ลดระดับการแสดงจาก หลุดโลก มาอยู่ที่ รั่วๆเปิ่นๆแทน…

Gwyneth Paltrow ที่คงจะหากินกับบทบาท “เมียพระเอก” ในหนังแนวนี้กันได้อีกยาวๆนะครับ…เหมือนเป็นการยกเอาตัวละคร Pepper Potts จาก Iron Man มาใช้โดยเพิ่มความฉลาดเป็นกรดลงไป…

Paul Bettany ตัวขโมยซีนของเรื่องกับบทบาท คนรับใช้ผู้แสนจะซื่อสัตย์อย่าง Jock 7 แม่ เอ้ย!! Jock Strapp…ผู้ที่รับทุกอย่างแทนเจ้านาย โดยที่”ได้”รู้จักกับสาวสวยกันมากมายเสียจนขี้เกียจนับ!!

Ewan McGregor กับบทบาท สารวัตรผู้แสน”เงิบ” (ต้องไปชมในหนังครับ) ที่สร้างสีสันได้ดีอีกคน…

อ้อ!! แม้แต่ตัวร้ายทั้งหลายในเรื่อง มันก็ยังไม่เต็มเต็งเลยครับ…และก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ในระดับปกติ ไม่มีใครที่โดดเด่นออกมา แม้แต่สาว Olivia Munn เองก็ตาม…

 


 

 

สรุป : Mortdecai เป็นภาพยนตร์แนวตลก-สืบสวนที่เรื่องราวไม่มีอะไรมาก เน้นไปที่ความเปิ่นและความซวยของตัวละครเสียมากกว่า…ซึ่งขัดใจแค่นางเอกของเรื่องนั้นมันดูฉลาดเกินหน้าเกินตาไปหน่อย…มุกส่วนใหญ่ค่อนข้างเวิร์ค และ เป็นสไตล์อังกฤษจ๋า…ถ้าใครชอบหนังสไตล์ Johnny English หรือ Get Smart ก็คงจะโอเคกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก…นอกจากมุกและเหล่านักแสดงแล้ว องค์ประกอบอื่นๆนั้นอยู่ในระดับกลางๆหมด…

 

สำหรับการชมเพื่อความบันเทิง…แนะนำครับ!! ^_^