Home Review LEGEND OF TARZAN (ตำนานแห่งทาร์ซาน)

[Sense Review] LEGEND OF TARZAN (ตำนานแห่งทาร์ซาน)

0 1200

จาก 1 ในตำนานแห่งผืนป่าอมตะ สู่การโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มในรูปแบบ IMAX 3D ซึ่งตอนแรกก็คิดว่า นี่คือการดัดแปลง ‘กำเนิดทาร์ซาน’ ที่ดิสนีย์เคยสร้างเป็นแอนิเมชั่นไว้เมื่อปี 1999 แต่ผิดคาดโดยสิ้นเชิง เมื่อเนื้อหาของ Legend of TARZAN เลือกที่จะเล่าในช่วงเวลาหลังจากนั้นที่ทาร์ซานได้มาใช้ชีวิตแบบมนุษย์ปกติกับ ‘เจน’ ที่กลายมาเป็นภรรยาอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งมีเหตุความวุ่นวายในประเทศคองโกให้อดีตเจ้าป่าต้องกลับมาสวมบทฮีโร่แห่งพงไพรอีกครั้ง

The-Legend-Of-Tarzan-Desktop-Wallpaper

                Legend of TARZAN ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนค่าย DARK HORSE Comics โดยหยิบเอาเนื้อหาจากตอน ‘TARZAN and the Jewels of Opar’ มาเป็นเส้นเรื่องใหม่ในโทนหม่น และมีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก ซึ่งจากตัวอย่างหนังที่ออนไลน์ หรือฉายตามโรงอาจจะทำให้ครอบครัวบางครอบครัวเข้าใจผิดว่าจะนำเสนอในโทนสดใสบันเทิงเริงรมย์แบบที่ดิสนีย์เคยทำ จนนำไปสู่การพาลูกหลานวัยเด็กเล็กไปดู ซึ่งอาจจะได้รับความผิดหวังไปตามๆ กัน โดยผู้ชม TARZAN ในเวอร์ชั่นนี้อาจจำเป็นต้องมีพื้นฐานประวัติศาสตร์ในยุคล่าอาณานิคมมาประมาณหนึ่งก่อนรับชม เพราะเหตุการณ์บางเหตุการณ์ ตัวละครบางตัวนั้นเคยมีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์

37a83108cb8f4e7eabf6dfd0bcc68571

                ทั้งนี้ทั้งนั้น การเล่าเรื่องของ Legend of TARZAN กลับเล่าได้อย่างเรียบง่ายเข้าขั้นเรียบเกิน จนให้ความรู้สึกเฉยๆ เมื่อเทียบกับหนัง Blockbuster หลายๆ เรื่องที่มีความพยายามในการนำเสนอออกมาด้วยเส้นเรื่องที่เต็มไปด้วยความฉูดฉาดหวือหวาตลอดเวลา จนมาถึงช่วงไคลแม็กซ์ของเรื่องที่ทำให้พอมีความตื่นเต้นของฉากแอ็คชั่นได้บ้าง อันเป็นตัวเลือกสำหรับ ‘เดวิด เยตส์’ ผู้กำกับของเรื่องนี้ ในการตั้งใจหยิบเอาสไตล์การเล่าเรื่องแบบหนังยุคเก่าว่าด้วยการผจญภัยของพระเอกที่ต้องบุกป่าฝ่าดงไปช่วยนางเอกยอดดวงใจจากตัวร้ายแล้วจบลงด้วยความโรแมนติค ซึ่งสไตล์การเล่าเรื่องนี้มีจุดที่แข็งแรงคือทำให้หนังเรื่องนั้นมีความเป็นหนังคลาสสิคในตัวเองสูง บวกกับโทนย้อนยุค (ค.ศ.1890) ทำให้ไม่เป็นปัญหาประการใดสำหรับการเล่าเรื่อง ในขณะที่บางคนอาจมองว่ามันเชย

tarzan-

                อย่างที่กล่าไว้ข้างต้น ว่า Legend of TARZAN มีการถ่ายทำในรูปแบบของ IMAX 3D ซึ่งในขณะที่บทและวิธีการเล่าเรื่องอาจจะไม่ถูกใจผู้ชมส่วนใหญ่ แต่ในด้าน Productions และ Visual Effect เรื่องนี้ กลับทำได้อย่างยอดเยี่ยม ในการนำเสนอผืนป่าในวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ ‘เดวิต เยตส์’ ที่เคยนำเสนอความแฟนตาซีอันแสนมืดหม่นมาแล้วกับ Harry Potter ภาค 5-7 โดย Legend of TARZAN ยังคงความมีเสน่ห์ของโทนหม่นแบบนั้นได้อย่างดี ทำให้เราได้เห็นผืนป่าแอฟริกาที่มีทั้งความน่าหลงใหล และอันตรายในขณะเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการนำเสนอเสียงในการเล่าเรื่อง ที่บอกเล่าความก้องกังวานและสมจริงถึงเสียงที่จะเกิดขึ้นในผืนป่าแอฟริกา และเสียงปืนที่คำรามได้อย่างก้องโสตประสาทจนน่ากลัว มันทำให้รับรู้ได้ถึงความอันตรายของอาวุธชนิดนี้ในการลั่นกระสุนแต่ละครั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกของการสูญเสียได้อย่างทรงพลังและชวนเขย่าขวัญอย่างยิ่ง แนะนำว่าควรรับชมในระบบ IMAX 3D จึงจะได้อรรถรสจากการนำเสนองานภาพและเสียงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

_f48ee810-9f1b-11e5-b2ec-728a428a3282