Home Review Sense Review : Inside Out

Sense Review : Inside Out [A+]

0 573

ใครจะไปรู้ว่าในแต่ละวันคนเรานั้นรู้สึกอย่างไร ภายนอกเป็นแบบไหน ภายในเป็นแบบไหน หรือ แม้แต่ตัวของเราเองนั้นก็ไม่อาจจะทราบได้ว่าเรานั้นรู้สึกอะไรอยู่ ซึ่งอนิเมชั่นเรื่องนี้จะพาผู้ชมเข้าไปสำรวจในความคิดของเรานั้นว่ามีลักษณะอย่างไรกระบวนการ การทำงานของมันเป็นแบบไหน โดยผู้สร้าง Pete Docter (Up,Monster Inc.) ได้นำอารมณ์ทั้ง 5 ความสุข ความเศร้า ความโกรธ ความกลัว และ หยะแหยง เป็นอารมณ์หลักที่ศูนย์ควบคุมใน Mind World โดยจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของ ไรลีย์

ในช่วงเวลาเด็กๆจะเป็นช่วงที่รู้สึกสบายที่สุด และ มีความสุขที่สุด หากสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยครอบครัวที่สมบูรณ์ Joy ก็พยายามทำหน้าที่ของตนเองให้ไรลีย์นั้นมีความสุขที่สุด แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ค่อยๆกีดกัน Sadness ให้ออกห่างออกไปได้เช่นกัน จนกระทั่งเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ต้องขายบ้านย้ายไปอยู่ใน ซานฟรานซิสโก มันเป็นช่วงที่ทุกอย่างใจหายไปหมด เต็มไปด้วยความกังวล ต้องเริ่มอะไรหลายๆอย่างใหม่หมด ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของคนเราที่จะต้องรู้สึกเวลาย้ายไปในที่ๆตัวเองไม่ชิน และต้องลาจากสิ่งดีๆจากเมืองเก่า เช่น มิตรสหาย เป็นต้น ในจังหวะเดียวกันนั้น Sadness ก็ได้เผลอทำเรื่องวุ่นวายด้วยการฉีกกรอบที่ Joy ได้ตั้งไว้จนทำให้ทั้งคู่หลุดออกไปในนอกสูญบัญชาการ แล้วผจญภัยในส่วนต่างๆของ Mind World

ช่วงนี้ Pete Docter จะพาเราไปสำรวจจุดต่างๆในโลกความคิด เราจะได้ตื่นตากับ ดินแดนแห่งจินตนาการ , โรงงานสร้างฝัน , จิตใต้สำนึก, หมู่เกาะบุคลิคภาพ และ ถังขยะความทรง ซึ่งชอบที่ทุกส่วนส่งผลไปที่ไรลีย์โดยตรง และเมื่อสูญเสียมันไปก็จะมีสิ่งที่เปลี่ยนไปในการแสดงออก สิ่งที่สำคัญมันคือหมู่เกาะบุคลิกภาพ ที่เป็นสิ่งใหญ่ที่จะบอกว่านี่คือตัวเรา เราเป็นคนยังไง เป็นมิตรยังไง รักครอบครัวไหม ชอบกีฬาอะไร เพราะหมู่เกาะพวกนี้ส่งผลมาจากความทรงจำหลักที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งในชีวิตและจะเป็นสิ่งที่จดจำไปอีกนานไม่สามารถลืมเลือน อย่างผมก็อาจจะเป็นเรื่องการวาดรูประบายสีมาตั้งแต่จำความได้เป็นต้น

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คงเป็นถังขยะความทรงจำที่ๆทุกอย่างจะถูกลืมเลือนแล้วหายไปตลอดกาล ซึ่งมันก็น่าคิดน่าว่าเราลืมอะไรไปแล้วบ้าง แน่นอนว่าเราไม่สามารถจำถึงสิ่งนั้นได้อีกเลย หากจำได้นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นได้ถูกลบเลือนไปจริงๆ ทุกๆครั้งที่เราโตขึ้นความทรงจำต่างๆก็ค่อยๆถูกเบียดออกและลบไปทีละนิดๆ เราอาจจะเคยมีเพื่อนในจินตนาการในวัยเด็กแต่เมื่อก้าวผ่านสู่ตอนโตมันก็คงเลือนลางหายไปจนไม่มีเวลามาคิดถึงมันอีกแล้ว เพราะอาจจะด้วยสภาวะทางสังคม การงาน สังคมในที่ทำงาน การเลี้ยงชีพและการเลี้ยงดูครอบครัว มันทำให้สิ่งต่างๆที่ผ่านมาค่อยๆถูกกวาดต้อนทิ้งไปในขยะแห่งความทรงจำแห่งนี้

กลับมาพูดถึงบทบาทของอารมณ์ “ทุกอารมณ์มีความหมาย” ก็เพิ่งมาเข้าใจคำนี้ก็ตอนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้จบน่ะแหล่ะ ทุกอารมณ์มีหน้าที่ของมันไม่สามารถบังคับหรือกีดกันมันได้ทุกครั้ง เพราะบางทีความเศร้าต้องใช้ความเศร้าเยียวยา ไม่ใช่ ความสุข การกีดกันความเศร้าโดยให้ความสุขมาบดบังมันก็เหมือนความสุขจอมปลอมที่รอการระเบิดของความเศร้าซึ่งอาจจะส่งผลร้ายตามมาในอีกระยะยาว การพูดดีแต่สีหน้าไม่ดีมันก็มองว่าไม่ได้แสดงถึงความจริงใจออกมา แต่บ่อยครั้งจิตใจคนเรายากแท้หยั่งถึงเราไม่รู้ว่าจริงๆแล้วอีกฝ่ายคิดยังไง หรือแม้แต่บางทีก็รู้สึกว่าเรากำลังสับสนต่อความรู้สึกตัวเองอยู่รึเปล่า หากเราเข้าใจแต่ละอารมณ์ของตัวเอง ก็เสมือนสิ่งหนึ่งที่คอยสะกิดให้ตัวเองให้เข้าใจในตัวเราเองเพื่อที่เราจะสามารถควบคุมมันได้ในการเข้าสังคม ครอบครัว หรือ มิตรสหาย นับว่าทั้ง 5 อารมณ์หลักก็ไม่ได้รู้สึกขาดหายสิ่งใดไปเท่าไหร่ มีการเกลี่ยบทให้ทุกอารมณ์ดูเด่นเท่าๆกัน

แม้จะมีพล็อตที่ออกมาซับซ้อน แต่ถ้าเอาเข้าจริงๆมันก็เป็นช่วงหนึ่งของช่วงที่กำลังจะเติบโต ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ความคิดจิตใจวุ่นวายพอสมควร เพียงแต่ Pete Docter ได้ใส่เรื่องราวการผจญภัยในหัวเข้ามา ทำให้มันดูมีเนื้อหาที่สนุกสนาน ตลกขบขัน อบอุ่น เศร้า ประทับใจได้อย่างกลมกล่อมไปทุกห้วงอารมณ์ โดยที่ผิวเผินมันก็คือเรื่องราวปกติๆที่เห็นได้ทั่วไปหรือบางทีเราก็ผ่านมันมาเรียบร้อยแล้ว

สำหรับพากย์ไทย สิ่งที่ชอบคือการใส่ตัวอักษรไทยลงไปตามหนังสือพิมพ์ที่ Anger อ่าน ,ป้ายเตือนต่างๆตามเนื้อเรื่อง , หน้าจอคอม หรือแม้กระทั่งเสียงเพลง ซึ่งภาพรวมถือว่าพากย์ออกมาได้สนุกสนานพอๆกับดูพากย์ซาวน์ดแท็รก แต่แอบเสียใจที่ไม่เข้าในระบบ IMAX

 

Reviewed by Mint Movie

Review overview
Inside Out - 10
คนไทยร่างใหญ่ที่เริ่มชอบดูภาพยนตร์ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย...และชอบติดตามข่าวสาร จนจับพลัดจับผลูได้มานั่งเขียนข่าวสารต่างๆมาตั้งแต่ปี 2011...