Home Review DEADPOOL โคตรเกรียน ฮีโร่เวรตะไล!

[Sense Review] DEADPOOL โคตรเกรียน ฮีโร่เวรตะไล! [B+]

0 1542

นับสิบกว่าปีแล้วสินะที่ภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ได้เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของพวกเรา ย้อนไปเรื่องแรกเรื่อง The Hulk ที่กำกับโดย Ang Lee ที่โคตรตื่นตาตื่นใจมากในยุคนั้น ต่อมาสตูดิโอจิ้งจอกสองร้อยปีก็ไม่รีรอ ปล่อยทีมฮีโร่สายพันธุ์ใหม่อย่าง X-Men เข้ามาตีตลาดจนสั่นคลอนไปทั้งวงการภาพยนตร์

แต่ถ้าไม่พูดถึงทีมทางฝั่งของดิสนี่ย์เขาก็จะน้อยใจ Iron Man, Captain America หรือ Thor ก็จัดว่าเป็นฮีโร่ที่เรียกได้ว่าริเริ่มวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ทำให้คนทั้งโลกต้องเสพติดและคลั่งใคล้อย่างงอมแงม ชนิดที่ว่าหนังฮีโร่คือทุกสิ่งกันเลยทีเดียว ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาเหล่านี้ไม่เคยที่จะก้าวข้ามผ่านเส้นแบ่งความโหดเหี้ยม และลามกจกเปรตมาได้ซักราย จนในที่สุดวันนี้ ฮีโร่ (ที่ไม่น่าจะเรียกว่าฮีโร่สักเท่าไหร่) คนใหม่ก็ได้จุติแล้ว เขาคนนี้ใครพูดชื่อก็ต้องรู้จัก ฮีโร่ชุดแดงรัดติ้วนิสัยกวนโอ๊ยได้โล่ ฆ่าผู้ร้ายไม่เลือกหน้า เดดพูล

เรื่องราวของ DEADPOOL ฉบับภาพยนตร์นี้เริ่มที่จุดกำเนิดของ Wade Wilson อดีตทหารที่ผันตัวมาเป็นนักฆ่าตามใบสั่ง จนวันหนึ่งเขาได้พบว่าเขาเป็นมะเร็งปอดขั้นร้ายแรง เขาไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าร่วมโครงการมนุษย์กลายพันธุ์ ทำให้เขามีพลังเป็นอมตะและสามารถรักษาได้ทุกสิ่ง แต่สุดท้ายก็ได้เกิดความบาดหมางกับวายร้ายของเรื่อง จนกลายเป็นความแค้นพลิกแผ่นดินล่าภายใต้หน้ากาก DEADPOOL

สิ่งที่ทำให้ DEADPOOL เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ต่างจากเรื่องอื่นๆก็คือการเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ตรงข้ามกับความเป็นซุปเปอร์ฮีโร่แบบสุดโต่ง (Anti-Hero) เช่น จุดมุ่งหมายของการเป็นฮีโร่ที่มิได้ทำเพื่อมนุษยชาติ ไปยันการกระทำอันอุกอาจไร้จริยธรรม ตั้งแต่พูดจาหยาบคาย มั่วเซ็กซ์ ไปถึงฆ่าคนแบบเลือดเย็น ทั้งหมดทั้งมวลทำให้ DEADPOOL เป็นหนังที่มีความแข็งแกร่งในด้านตัวละครและความสดใหม่ในการนำเสนอเป็นที่สุด สังเกตุได้จากการที่ตัวละคร Deadpool สามารถคุมโทนของภาพยนตร์ได้ทั้งเรื่อง ไม่มีไขว้เขว๋จากความกวนตีนเรต R ที่เต็มพิกัด และที่ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในเรื่องทลายกำแพงการสื่อสารกับผู้ชม (Break the 4th wall) ด้วยการหันมาพูดถึงความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์ในขณะนั้นที่แฝงไปด้วยมุกจิกกัดที่เจ็บแสบไปถึงทรวง ไม่ว่าจะเป็นการล้อขนบหนังซุปเปอร์ฮีโร่แบบเดิมๆ รวมไปถึงตัวละครฮีโร่ในค่ายและนอกค่าย 20th Century Fox หรือแม้แต่ล้อตัวนักแสดงเองที่เล่นเอาฮากันขี้แตกขี้แตน นับว่าเป็นการตีกรอบการชมหนังฮีโร่ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อีกทั้งยังสามารถคาราวะจุดเด่นการดำเนินเรื่องตามฉบับหนังสือการตูนได้อย่างครบถ้วนตามลักษณะพิเศษที่ได้กล่าวมา น่าประหลาดใจที่ทั้งเรื่องนั้นใช้งบประมาณในการถ่ายทำไปแค่ 50 ล้านดาลล่าร์สหรัฐเท่านั้น แตกต่างจากหนังฮีโร่เรื่องอื่นที่มีทุนตั้งต้นที่หนึ่งร้อยล้านกลางๆ แต่ DEADPOOL ก็สามารถใช้องค์ประกอบต่างๆได้อย่างดี ทำให้ตัว final product ออกมาดูไม่น่าเบื่อมีชีวิตชีวา แม้ว่าจะเป็นการแตกย่อยของฉากไล่ล่าที่หลุดมาจากภายในค่ายปี 2012 ที่ทุกคนน่าจะเคยชมกันมาอยู่แล้ว ต้องขอบคุณความดีความชอบของผู้กำกับ Tim Miller ที่เนรมิตให้หนังซุปเปอร์ฮีโร่เรต R นี้ ออกมาได้อย่างน่าพอใจ ตอบโจทย์ความบันเทิงในทุกๆด้าน แม้ว่าเขาจะไม่เคยกำกับหนังใหญ่มาก่อนเลยสักครั้ง และความพยายามของ Ryan Reynolds นับสิบกว่าปีกว่าที่จะทำให้หนังเรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้ และการที่เขาก็สามารถถ่ายทอดความซ่า ฮาและกวนตีนของ DEADPOOL ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

แต่ข้อเสียที่อาจไม่ได้เป็นความผิดของหนังก็คือการที่หนังมีความเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยอเมริกันสูง ทำให้บางมุกบางประโยคดูไม่ค่อยฮาหรือเมกเซ้นส์สำหรับพวกเราชาวไทยเสียเท่าไหร่ เพราะต้องมีความรู้เรื่องวัฒนธรรมตะวันตกมากพอสมควร ทำให้บางท่านอาจงงในหลายๆจุดได้ และต้องอาศัยทุนความรู้หนังซุปเปอร์ฮีโร่สูง ถึงจะเข้าใจในมุกจิกกัดต่างๆได้อย่างครบถ้วน และการมีเนื้อเรื่องที่ไม่ได้ฉีกแนวหรือแตกต่างจากหนังแอ็คชั่นเดิมๆก็เป็นข้อเสียเช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว DEADPOOL ก็คือหนังฮีโร่ที่เด็ดดวงที่สุดของ FOX ในรอบหลายปี ด้วยความแหวกขนบซุปเปอร์ฮีโร่เดิมๆ แทนที่ด้วยความฮาลามกเลือดสาด และยังมีความเป็นตัวละครที่ชัดเจนที่สุดแบบสังเกตได้ เป็นยาผ่อนคลายสมองชั้นดี และพร้อมที่จะเป็นฮีโร่ตัวเด่นตัวใหม่ของโลกอย่างสมภาคภูมิ