Home Review Sense Review : Batman v Superman – Dawn of Justice (Alternate Review)...

Sense Review : Batman v Superman – Dawn of Justice (Alternate Review) [B+]

0 1650

เกณฑ์การให้คะแนน : 9.6-10 คะแนน เกรด A+ 9.0-9.5 คะแนน เกรด A 8.5-8.9 คะแนน เกรด A- 8.0-8.4 คะแนน เกรด B+ 7.5-7.9 คะแนน เกรด B 7.0-7.4 คะแนน เกรด B- 6.5-6.9 คะแนน เกรด C+ 6.0-6.4 คะแนน เกรด C 5.5-5.9 คะแนน เกรด C- 5.0-54 คะแนน เกรด D+ 4.5-4.9 คะแนน เกรด D 4.0-4.4 คะแนน เกรด D- 0-3.9 คะแนน เกรด F

38%”

Rotten Tomatoes

 

“มีการเมืองทำไม? ปวดหัว”

-ผู้ชมท่านหนึ่ง

 

“ปูเรื่องโคตรนาน ซัดกันไปเลยดิ!!

-ผู้ชมท่านหนึ่ง

 

เหล่านี้คือความเห็นที่ผมจะไม่ขอเรียกเขาว่า ‘คนอคติ’ เพราะแน่นอนว่าคนเรามีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นต่อสื่อได้ทุกคน แต่สำหรับ Batman v Superman ในมุมมองของผม.. ผมกลับชอบเสียอย่างนั้น

ในขณะที่หลายๆ คนอาจจะมองว่า องค์ 1 กับองค์ 2 ช่างเสียเวลาอะไรขนาดนี้ แต่ผมกลับรู้สึกว่า เพราะองค์ 1 กับ 2 นี่แหละ มันทำให้ฉากไคลแมกซ์สุดท้ายมันคุ้มค่าแก่ที่รอคอยมาตั้งแต่ประกาศสร้าง เพราะการจะทำให้ตัวพ่อของสถาบันซุปเปอร์ฮีโร่มาดวลหมัด ไขว้แข้ง แลกฝ่าตีนกันได้ มันจำเป็นต้องอาศัยเวลาบ่มเพาะเพื่อให้ไฟโทสะมันร้อนถึงขีดสุด

ในขณะที่หลายๆ คนอาจจะมองว่า ประเด็นต่างๆ ที่มันถูกโยนเข้ามาในบทของหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่ดูไม่น่าเก็บมาคิด ต้องการจะเสพบันเทิงสำหรับฉากกลาดิเอเตอร์แห่งประวัติศาสตร์มากกว่า ..แต่อย่าลืมว่ากลาดิเอเตอร์อันน่าจดจำมันไม่เคยเกิดจากนักสู้หน้าเดิม คู่เดิม โผล่มาฟัดกันหลายๆ ครั้ง หลายๆ ยก แต่มันคือยกเดียว..ชั่วขณะเดียวที่มีบางอย่างเกิดขึ้นแล้วมันทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์จดจำชั่วขณะนั้นไปชั่วชีวิต

 

001

 

ในส่วนของการเล่าเรื่อง Batman v Superman มีน้ำหนักการเล่าเรื่องที่เทไปตามชื่อเรื่องเลยว่าชื่อใครขึ้นก่อน ในขณะที่หนังเรื่องนี้เป็นภาคต่อของ Man of Steel แต่ก็เป็นภาคต่อสำหรับเนื้อเรื่องเท่านั้น แต่สำหรับตัวละครหลัก กลับไม่ใช่ เพราะ Batman v Superman คือหนังที่วางประเด็นการมีอยู่ของเอเลี่ยนที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาลมาเดินดินท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์ โดยมุมมองนี้ถูกเล่าผ่านชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า บรู๊ซ เวย์น/แบทแมน และเป็นการต่อประเด็นที่ผมเองก็ไม่รู้ได้ว่า แซ็ค สไนเดอร์ ตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจสร้างฉากแอ็คชั่นไคลแมกซ์อันเป็นตราบาปของบุรุษเหล็กใน  Man of Steel ที่เป็นการปะทะกันระหว่างซุปเปอร์แมน และนายพลซ็อด จนเละกันไป 2 เมืองครึ่ง (สมอลวิลล์ ,เมโทรโปลิส และก็อธแธม)

ประเด็นนี้ถูกเล่าต่อใน Batman v Superman ส่งผลให้ คลาร์ก เคนท์/ซุปเปอร์แมน มีตรรกะเหมือนเด็กโง่ที่ไม่เคยมองสิ่งรอบข้างว่าตนเองช่วยคนไว้จำนวนหนึ่ง แต่มีจำนวนอีกมากกว่าที่ต้องตาย และผลของการไม่ยอมเหลียวมองนั้น ย้อนกลับมาหาตนในรูปแบบของอัศวินค้างคาว ซึ่งถ้าไม่เล่นประเด็นนี้ แซ็ค สไนเดอร์ อาจจะกลายเป็นผู้กำกับจอมทำลายล้างที่โหดเหี้ย(ม)ยิ่งกว่า ไมเคิล เบย์ (ผู้กำกับ Transformers)

 

002

 

“Black vs. Blue”

“God vs. Man”

“Day vs. Night”

“Son of Krypton vs. Bat of Gotham”

 

เห็นได้ชัดตั้งแต่ตัวอย่างแรกว่าเรื่องนี้มีการจับคู่ตรงข้ามที่สูสีมาฟัดกันได้อย่างลงตัว แต่เท่านั้นยังไม่พอ ปริบทแห่งการจับคู่ชกใน Batman v Superman ยังรวมไปถึง ความเป็นแฟนตาซีของซุปเปอร์แมน ปะทะความเรียลลิสติคของแบทแมน ความเป็นหนังแอ็คชั่น ปะทะหนังสืบสวน จากต้นฉบับที่ซุปเปอร์แมนเคยแจ้งเกิดใน Action Comics และแบทแมน แจ้งเกิดใน Ditective Comic รวมไปถึงการออกแบบตัวละคร โดยซุปเปอร์แมนใช้การออกแบบจาก New 52 ที่เป็นจักรวาลใหม่แกะกล่องแห่ง DC Comics ในปี 2011 ส่วนแบทแมนใช้การออกแบบจาก The Dark Knight Returns หนังสือการ์ตูนเขียนโดย ‘แฟรงค์ มิลเลอร์’ ที่กลายเป็น 1 ในเล่มขึ้นหิ้งตลอดกาลแห่งเหล่าสาวกค้างคาวตั้งแต่ปี 1986 จากการออกแบบตัวละครแบบนี้

นั่นหมายถึงว่า นี่คือการเผชิญหน้าระหว่างตัวละครรุ่นใหม่ กับตัวละครรุ่นครู ซึ่งอิงกับบทบาทของทั้งคู่ในหนังพอดีที่ในเวลานั้น ซุปเปอร์แมนคือยอดมนุษย์แจ้งเกิดหน้าใหม่แห่งวงการ ในขณะที่บรู๊ซ เวย์น สวมชุดค้างคาวมาแล้วกว่า 20 ปีจนถึงช่วงวัยกลางคน

 

003

 

ถ้าไม่รวมการตัดต่อที่มันมีช่องโหว่ระหว่างฉากจนรู้สึกว่าเหมือนฟังดนตรีที่ไม่มีท่อนส่งดีๆ อารมณ์มันกระตุก ซึ่งอาจจะพบลูกส่งดังกล่าวได้ในเวอร์ชั่น Director’s Cut ที่จะมีอีกหลายฉากที่ถูกอุบไว้ตามมา Batman v Superman: Dawn of Justice ถือว่าไม่ใช่หนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่แย่จนน่าด่าไม่ให้ผุดเกิดขนาดนั้น ในขณะเดียวกัน มันกลับทำให้ผมนึกถึง WATCHMEN ที่เล่นเอาเงิบเมื่อตอนที่ได้ดูครั้งแรกในโรง แต่กลายเป็นการประกาศศักดาอย่างงดงามในเวอร์ชั่น Director’s Cut ซึ่งนั่นหมายความว่า คุณอาจจะรับมือกับ Batman v Superman ได้ดีระดับหนึ่ง หากเคยประทับใจกับ WATCHMEN มาแล้ว

 

คะแนน : 8.0/10

 

Reviewed by Sense DEVA (ฝากมาลงกันอีกคนจ้า)