Home Review Arrival

[Sense Review] Arrival

0 705

– พล็อตเรื่องเป็นอะไรที่ล้ำกว่าที่คิดไว้มาก ดูจากตัวอย่าง นึกว่าจะเป็นหนังไซไฟ-แอ็คชั่น เพราะมีฉากที่นางเอกถอดความภาษาต่างดาวได้ว่า “เสนออาวุธ” ก็คิดว่า ตอนจบจะต้องยิงกันเละเทะแน่นอน แต่ความจริงไม่ใช่อย่างงั้นเลย

– เรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงที่ปรากฎให้เห็นทั้งหมด วางพล็อตเรื่องมาเป็นอย่างดี คล้ายๆ กับ Interstellar บางส่วน ไม่ได้เหมือนทั้งหมด ซึ่งตอนที่เฉลยทุกอย่างก็ตกใจไม่น้อยเหมือนกันทั้ง 2 เรื่อง ต้องบอกอีกว่า ตอนดูนี่หลับไม่ได้เลย ถ้าหลับปุ๊บจะตกส่วนใดส่วนนึงของเรื่องราวทันที เพราะทุกอย่างโยงเข้าหากันหมดจริงๆ เหมือน Interstellar เลย หลับปุ๊บ ได้เสียเงินดูใหม่อีกรอบ ไม่ก็รอแผ่นออกแล้วค่อยไปซื้อเลยก็ได้ครัย ง่ายดี ฮา

1-2017-arrival

– สิ่งที่เรื่องนี้ต้องการจะสื่อ “ภาษาคืออาวุธ ที่จะเป็นประตูเบิกทางสู่ความยิ่งใหญ่และหายนะได้ในคราวเดียวกัน” ดูจบออกมาแล้ว ก็ยังต้องมาตีความกันต่อจริงๆ ว่า เรื่องนี้มันต้องการสื่ออะไรจากภาษากันแน่ ซึ่งสำหรับผู้เขียน ก็ตีความได้ตามนั้นครับ ตามจริงยังมีอีกประเด็นนึง แต่บอกไม่ได้ เพราะถ้าบอกไป ก็สปอยล์หนังเต็มรูปแบบเลยครับ

ซึ่งการตีความภาษา การถอดความภาษา เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ทุกคนบนโลกสามารถเข้าใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เพราะภาษาเราพูดอย่างนึง แต่คนฟังอาจจะคิดเป็นอีกอย่างนึง หรือถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ ภาษามันดิ้นได้นั่นเอง โดยในเรื่องนี้ มนุษย์แม่งตีกัน จะไปรบกับเอเลี่ยนกันรัวๆ แทบไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรเลย อันเนื่องมาจากการถอดภาษาที่ต่างกันไป ดังนั้น การถอดความภาษาเอเลี่ยน จึงเป็นอะไรที่โคตรมันส์มาก และคนที่เรียนภาษาทุกคนก็คงจะเข้าใจกันดีว่า ทำไมพอเราไปเรียนรู้ภาษาอื่นแล้วมันยากจัง เรียนไม่รู้เรื่องสักที เรื่องนี้ก็จะบอกตรงนั้นให้รู้ด้วย

– เรื่องนี้ไม่มีฉาก Action ที่จะระเบิดภูเขาเผากระท่อม หรือยิงกันเละเทะ ถ้าใครคิดจะไปดูจริงๆ ก็ต้องขอแนะนำให้เลี่ยงนะครับ เพราะพูดกันทั้งเรื่อง เดินคุย, นั่งคุย, เดินคุย แล้วก็ นั่งคุย

“Amy Adams” ยอมรับว่าเล่นดี สามารถคุุมหนังได้ ซึ่งดีที่บทมี “Jeremy Renner” มาช่วยลดความเป็นวิชาการลงไป ไม่งั้นเรื่องนี้จะเครียดหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะเรื่องการตีความ การถอดความภาษาเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก แค่ภาษาบนโลกก็ยังต้องมานั่งแปลกันให้รู้เรื่อง มาดูเรื่องนี้ ถอดความภาษามนุษย์ต่างดาว ครับ งงเลยว่าพี่จะสื่ออะไรกับเรา

– ด้านงานภาพต้องยอมรับเลยว่า ดูแล้วแอบกดดันนิดๆ เหมือนกัน ซึ่งงานภาพเรื่องนี้ต้องมาคู่กับเพลงประกอบจริงๆ เพลงจะมาแนวๆ ลึกลับ คาดเดาอะไรไม่ถูก และชวนหลอนๆ เพราะในสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อนด้วย ซึ่งเพลงประกอบเรื่องนี้ ได้เข้ามาช่วยบิ้วท์อารมณ์ให้กับเนื้อเรื่องและงานภาพของเรื่องนี้ที่ถ่ายทอดออกมาด้วย

สรุป โดยรวมเป็นหนังที่บทล้ำมาก คล้ายๆ กับ Interstellar ในหลายๆ ส่วน แต่ก็มีดีในแบบของตัวเอง ใครที่ชอบหนังไซไฟ แบบถอดความ เชื่อมโยงประเด็นต่างๆ สิ่งต่างๆ เอาไว้ด้วยกัน จะต้องชอบเรื่องนี้อย่างแน่นอนครับ ดูจบออกมาก็ต้องมานั่งคิดสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องกันต่ออีกสักพักเลย

“Arrival : ผู้มาเยือน” เปิดรอบพิเศษ 5-11 มกราคม เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ฉายจริง 12 มกราคม 2017
1-2017-arrival-1
Review overview
ALL - 9
นัก Review ประจำเพจ T.J. ENTERTAINMENT REVIEW ที่ดูหนังไปทั่ว หาข่าวไปเรื่อย