Home Review Sense Review (Alternate Version) : Suicide Squad : เหมือนเอารถ supercar ไปติดแก๊ส…แล้วช่างจูนไม่เป็น!!

Sense Review (Alternate Version) : Suicide Squad : เหมือนเอารถ supercar ไปติดแก๊ส…แล้วช่างจูนไม่เป็น!! [C]

0 6306

9.6-10 คะแนน เกรด A+ 9.0-9.5 คะแนน เกรด A 8.5-8.9 คะแนน เกรด A- 8.0-8.4 คะแนน เกรด B+ 7.5-7.9 คะแนน เกรด B 7.0-7.4 คะแนน เกรด B- 6.5-6.9 คะแนน เกรด C+ 6.0-6.4 คะแนน เกรด C 5.5-5.9 คะแนน เกรด C- 5.0-54 คะแนน เกรด D+ 4.5-4.9 คะแนน เกรด D 4.0-4.4 คะแนน เกรด D- 0-3.9 คะแนน เกรด F

ความคิดของแต่ละคนนั้นย่อมไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนกัน หรือ เป็นไปในทิศทางเดียวกันไปเสียทุกเรื่องนะครับ…

และสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันก่อนหน้านี้ ก็น่าจะเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงออกให้เห็นกันอย่างชัดเจน…

สิ่งที่ว่านั้นก็คือ…การที่คะแนนวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้…ไม่เป็นไปในทิศทางที่คนส่วนมากคาดหวังเอาไว้เสียเท่าไหร่…

และก็เลยเกิดการแบ่งฝ่ายกันขึ้น คือ พวกที่ถอดใจ ไม่กล้าไปดู เพราะว่าเห็นคะแนนวิจารณ์จากเมืองนอกมันแย่ กับ พวกที่ยังเชื่อมั่นในตัวเองว่ายังไงก็ต้องไปลองดูเองก่อน…

ส่วนตัวผมไม่ค่อยจะสนใจเรื่องคะแนนวิจารณ์พวกนี้มากเท่าไหร่อยู่แล้ว เพราะคิดอยู่เสมอว่า…ความคิดของแต่ละคนนั้นย่อมไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนกัน หรือ เป็นไปในทิศทางเดียวกันไปเสียทุกเรื่อง นั่นเอง…

 

ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา…ขอออกตัวก่อนนะครับว่าตัวผมเองนั้น ไม่ใช่คอ comic…ไม่ใช่แฟนหนังแนว superhero…และ ไม่เคยรับชมภาพยนตร์จาก DC อย่าง Man of Steel หรือ Batman v Superman: Dawn of Justice จนจบเรื่องมาก่อน…(ได้ดูแค่ผ่านๆนะครับ)

ฉะนั้นแล้ว…review นี้จึงอ้างอิงจากข้อมูลหน้าโรง และ สิ่งที่ได้ชมมากันอย่างแท้จริงนั่นเอง…

 


 

suicide-squad-cast

 

หลังจากที่ฝั่ง Marvel นั้นประสบความสำเร็จจากการนำเอาตัวละครทั้งหลายมารวมกลุ่มเป็น “พันธมิตรปราบมาร” กันทั้ง The Avengers หรือแม้กระทั่ง Guardians of the Galaxy…เลยทำให้ขั้วตรงกันข้ามอย่าง DC Comics นั้นจำเป็นต้องกางแผนสร้างหนังแนวนี้ออกมากับเขาด้วย…และก็เลือกที่จะแนะนำกลุ่ม “ดาวร้าย” ในโลกของ DC กันก่อน…ซึ่งต่างจากทาง Marvel ที่ปล่อยกลุ่ม “ฮีโร่” ให้ได้รู้จักกันก่อนนะครับ…

แต่ในการเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวของ วายร้าย ทั้งหลายนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่กันพอสมควร…เพราะว่า ถ้าไม่ใช่แฟน comic แล้วนั้น…แทบจะไม่มีคนที่รู้จักเหล่าตัวร้ายที่โผล่มาในภาพยนตร์เรื่องนี้กันเท่าไหร่…ตัวที่โด่งดังพอที่คนทั่วไปจะรู้จักได้ ก็มีแค่ The Joker เพียงแค่ตัวเดียว…เลยอาจจะเป็นงานหนักเล็กน้อยที่จะทำให้ผู้ชมนั้นจะสามารถทำความรู้จักกับ ตัวร้ายตัวอื่นๆ ให้ได้แบบที่ Marvel นั้นทำกับเหล่าทีมรวมฮีโร่ทั้งหลาย…

เรื่องย่อของ Suicide Squad มีดังต่อไปนี้…

 

“บรรดาเหล่าร้ายที่ถูกจองจำ ได้รับโอกาสจากทางรัฐบาลในการไถ่โทษจากการ ทำวีรกรรมชั่วร้ายในอดีตที่พวกเขาก่อไว้โดยการ (จำใจ) ต้องมาปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายที่มีโอกาสรอดน้อยนิดร่วมกัน…เพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษและอิสรภาพที่พวกเขาจะได้รับจากการไม่ต้องถูกจำคุกตลอดชีวิต…” (เรื่องย่อจากทาง SF Cinema)

 

พล็อตเรื่องน่าสนใจ…และการตัดตัวอย่างปล่อยมาแต่ละอัน ก็ยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ…โดยเฉพาะ การรอชมบทบาทของ The Joker เวอร์ชั่นล่าสุดนี้…

ทว่า…เราโดนกลยุทธ์ ตีหัวเข้าบ้าน กันซะงั้น!!

อาจจะเป็นเพราะ ภาพจำของ The Joker จากไตรภาค The Dark Knight…รวมทั้งจากภาพยนตร์ของ DC ทั้ง 2 เรื่องก่อนหน้านี้ ที่ออกไปในโทนมืดหม่น…จึงทำให้คาดหวังว่า เรื่องราวของ Suicide Squad มันจะต้อง เข้มข้น กันในระดับหนึ่งแน่ๆ…

แต่ทว่า…เรื่องราวในหนังนั้น กลับเป็นช่องโหว่ใหญ่ที่มันเป็นจุดอ่อนหลักของเรื่องไปเสียอย่างนั้น!!

 

Harley-Quinn-Will-Either-Make-Or-Break-Suicide-Squad

 

จริงอยู่ที่ว่าช่วงองค์แรกของหนังนั้นมันยังดูน่าสนใจ…การแนะนำตัวละครและปูเรื่องราวค่อนข้างดี…

แต่พอเริ่มเข้าสู่องค์ที่สอง…เริ่มเข้าสู่เนื้อหาจริงๆของหนัง…มันดันเกิดปัญหาขึ้นมาซะอย่างนั้น…ซึ่งเป็นปัญหาที่ การเล่าเรื่อง เป็นหลักเลยด้วยซ้ำ!!

เราเห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง…เราเห็นการเตรียมการ…และเราเห็นว่าพวกเขาได้เริ่มปฏิบัติการ…

แต่พอดูไปเรื่อยๆ…ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาอยู่เรื่อยๆว่า…จริงๆแล้วพวกแม่ง (แก๊งค์ดาวร้าย) นี่มันต้องทำอะไรกันแน่…เพราะว่ายิ่งปฏิบัติการไปเรื่อยๆ…ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งห่างออกไปกับสิ่งที่มันต้องทำกันจริงๆ…

และเมื่อเดินทางมาจนถึงท้ายที่สุดของปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมายมานั้น…คำถามผุดขึ้นมาในหัวมากมายเลยว่า…เพื่ออะไร? ถ้าจะให้มาแค่นี้ ไม่ต้องใช้เจ้าพวกนี้ก็ได้มั้ง? แล้วที่เกริ่นๆมาตอนแรกถึงเหตุผลที่ต้องตั้งทีมขึ้นมามันคืออะไร?

แต่ก็ยังดีที่หนังมันยังสามารถ “แถ” กลับเข้ามาสู่ “ภารกิจที่แท้จริง” ของเรื่องราวนี้จนได้…

 

อีกจุดที่ปวดตัวพอๆกับเนื้อเรื่อง ก็คือ การลำดับเรื่องราว นะครับ…มันกระโดดเป็นช่วงๆ และ ขาดความต่อเนื่อง…บทจะเล่าเรื่องนี้ก็เล่า บทจะเล่นเรื่องนี้ก็ไป บทจะดึงกลับมา ก็กลับมันซะดื้อๆ!! ซึ่งเมื่อรวมกับความสับสนของเรื่องราว โดยเฉพาะ องค์ที่สองของหนัง แล้วนั้น…ดูไปก็ได้แต่คิดไปว่า “อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ”…

 

จุดที่ปวดตับยังไม่หมดเพียงเท่านี้…คราวนี้เป็นเรื่องของ การกระจายน้ำหนักตัวละคร…แม้ว่า ทีมดาวร้าย นั้นจะมีอยู่หลายคนก็ตาม…แต่ในครึ่งแรกของหนังนั้นน้ำหนักแทบทั้งหมด กลับมาตกอยู่ที่ Deadshot และ Harley Quinn เสียเกือบหมด…ก่อนที่ช่วงครึ่งหลังของเรื่องนั้น เหมือนว่าผู้กำกับจะเพิ่งคิดได้ เลยเริ่มกระจายน้ำหนักของตัวละครอื่นๆมากขึ้น…แต่ 2 คนนั้นก็ยังเด่นเกินหน้าเกินตาอยู่ดี…

และตัวละครอื่นที่นอกเหนือจาก ทีมดาวร้าย นั้น…Enchantress แม้ว่าจะโผล่มาเด่นมากๆก็ตาม…แต่ถ้ามองกันอย่างละเอียดแล้ว นางแทบไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย…ยังดีที่ช่วงท้ายนั้น นางยังได้ “ปล่อยของ” ออกมาบ้าง…

ที่น่าผิดหวังที่สุดก็คือ The Joker…ไม่ใช่ว่าผิดหวังในตัวละคร หรือ การแสดงนะครับ…ผิดหวังกับการถูกใช้งานในหนังเรื่องนี้มากกว่า…ถ้าจะให้โผล่มาแบบนี้…ไม่ต้องให้มาในภาคนี้ก็ได้นะ…เสียของสุดๆ!! นี่เป็นตัวละครที่สามารถเล่นอะไรได้เยอะมากๆ และ น่าสนใจมากๆ…แต่ก็อย่างที่บอกไปนะครับว่าเราโดน ตีหัวเข้าบ้าน…ฉะนั้นแล้ว ก็คงต้องรอภาคต่อไป (ถ้ามันมี) นะครับว่าเราจะเห็น The Joker ปล่อยของกันจริงๆจังๆเมื่อไหร่…

(เราจะไม่พูดถึง Batman นะครับ…มันเป็นแค่แขกรับเชิญ)

 

suicidesquad.0.0

 

แต่ใช่ว่าหนังเรื่องนี้มันจะไม่มีจุดดีเลย…มีเยอะอยู่ด้วยซ้ำครับ!!

อย่างแรก คือ เรื่องราวในองค์สุดท้าย…แม้ว่ามันจะกลับเข้าสูตรหนัง superhero ทั่วไปก็ตาม…แต่ก็เป็นการสรุปเรื่องราวในภาคนี้ได้ค่อนข้างดีเลยนะครับ…

อย่างต่อมา และ น่าจะเป็นจุดเด่นหลักของหนังเรื่องนี้ คือ ฉาก action มันทำได้ถึง!! มันส์ สนุก และ สะใจ!! ตอบโจทย์ได้ดีมากๆ…และโดยเฉพาะ ฉากต่อสู้สุดท้าย…มันเหมือน Guardians of the Galaxy เวอร์ชั่นที่จริงจังกว่านิดหน่อย!!

อีกจุดที่ชอบก็คือ มุกตลกหน้าตาย…โดยเฉพาะจากตัวละคร Amanda Waller…

และจุดสุดท้ายที่ชอบ คือ การเล่าเรื่องราวของ Deadshot และ Harley Quinn…ซึ่ง 2 ตัวละครนี้ เหมาะสมที่จะมีหนังแยกเป็นของตัวเองจริงๆ (Harley Quinn นั้นมีแผนที่จะสร้างกันแล้ว)…

 

ในส่วนของงานภาพนั้น…แม้ว่าอาจจะไม่มีฉากที่ภาพสวยโคตรจนเป็นฉากขายได้เท่าไหร่นัก แต่กลับเด่นในจังหวะจะโคน โดยเฉพาะ ฉาก action…

CGI ค่อนข้างที่จะเนียนตา ไม่มีจุดที่ดูแล้วรู้สึกโดดออกมาเท่าไหร่นัก…

3D ก็เช่นเดียวกันครับ…ค่อนข้างที่จะเนียนตาเลยทีเดียว…

แอบผิดหวังนิดๆตรง เพลง ที่ถูกใส่เข้ามาในหนัง…แม้ว่าจะมีรายชื่อเพลงที่น่าสนใจมากๆก็ตาม แต่จังหวะการใช้งานนั้นมันยังไม่ “เก๋า” พออย่างที่ Guardians of the Galaxy เคยทำสำเร็จเอาไว้…

 

3103474-4+suicidesquad

 

นักแสดงของเรื่อง…

ป๋า Will Smith คงไม่มีอะไรให้พูดถึงกันมากมายนัก กับบทบาท Deadshot…

Jared Leto ในบทบาท The Joker ก็ไม่มีอะไรต้องติ…เขาตีความตัวละครนี้ออกมาในแบบฉบับใหม่ และ น่าสนใจมากๆ…แต่ก็อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า…หนังเรื่องนี้ทำพี่แก “เสียของ” นะครับ…

Margot Robbie ในบทบาท Harley Quinn…นอกจากความสวยของเธอแล้ว…ตัวละครของเธอก็น่าค้นหาไม่น้อยไปกว่า The Joker เลย…คาดว่าในหนังแยกของเธอนั้น เราจะได้รู้จักตัวละครนี้กันมากขึ้น…

Viola Davis ผู้ขโมยซีนตัวจริงในบทบาท Amanda Waller…ที่ยิ่งดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้มากกว่า Nick Fury เสียอีก!!

Cara Delevingne ในบทบาท Enchantress…นี่คงจะเป็นนักแสดงที่ดูแล้ว “ขัดหูขัดตา” มากที่สุดของเรื่องแล้วล่ะครับ…นอกจากความสวยของนางแล้ว…ไม่มีอะไรให้ต้องจดจำกับการแสดงครั้งนี้…

นักแสดงคนอื่นๆก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีตามบทบาทนะครับ…อาจจะมีตัวขโมยซีนเล็กๆอย่าง Karen Fukuhara ในบทบาท Katana…

 

อีกจุดที่ต้องขอพูดถึงเลยก็คือ…รอบที่ผมได้รับชมนั้น เป็นการชมในโรงแบบ MX4D นะครับ…

ด้วยความที่รูปร่างอ้วนมาก (น้ำหนัก 155 kg.+)…ทำให้ค่อนข้างกังวลกับการชมในลักษณะนี้ เพราะว่าในโรงแบบ 4DX นั้น…ผมนั่งไม่ค่อยจะสบายตัวเท่าไหร่…

ซึ่งโชคดีตรงที่ เบาะนั่งของ MX4D นั้นดูจะเป็นมิตรกับคนอ้วนแบบผมมากกว่าเล็กน้อย…

ที่โชคดีกว่าก็คือ…การเคลื่อนไหวของเก้าอี้นั้น ก็ดูจะเป็นมิตรมากกว่า 4DX ที่จะออกไปในลักษณะกระชากแรงมากกว่า…

และภาพยนตร์เรื่อง Suicide Squad นั้น…น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับการชมในลักษณะนี้นะครับ เพราะว่าเราแทบจะไม่ได้อยู่นิ่งกันเสียเท่าไหร่!! เอฟเฟคต์กระจาย สั่นกระจุย!!

 


 

 

สรุป : Suicide Squad เป็นภาพยนตร์จำพวก superhero ที่แม้ว่ามันจะไม่ใช่ hero จ๋าก็ตาม แต่ก็มีความน่าสนใจค่อนข้างสูง…ทว่า การเล่าเรื่องราวนั้นมันไม่ค่อยจะชัดเจนและไหลลื่น ยังดีที่ได้ฉาก action มาช่วยดึงความสนุกเอาไว้ได้อยู่…ตัวละครน่าจดจำ แต่ก็มีหลายตัวที่ออกมาแบบ “เสียของ”…CGI กับ 3D ค่อนข้างเนียน…มุกตลกออกไปในรูปแบบ ตลกหน้าตาย ที่อาจจะลึกไปสักนิด…

ปัญหาหลักอยู่ที่เนื้อเรื่อง การเล่าเรื่อง และ การกระจายน้ำหนักตัวละคร…ถ้ามองข้ามเรื่องพวกนี้ไป นี่คือหนังที่ดูสนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว…

ปล. มี mid-credit 1 ตัวถ้วน!!

 

suicide-squad-2