Home Review แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว

[Sense Review] แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว

0 5880

เปิดประเดิมเรื่องแรกสำหรับค่าย GDH ก็ทิ้งไพ่ใบโหดมาตั้งแต่ต้นเกมเลย สำหรับ ‘โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล’ ที่เคยฝากผลงานทะลุร้อยล้านไว้หลายต่อหลายเรื่อง ตั้งแต่งานกำกับร่วมใน ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ,กวนมึนโฮ และล่าสุดแตะระดับพันล้านใน ‘พี่มาก..พระโขนง’ นั่นหมายความว่า ความคาดหวังต่อทีมผู้สร้าง คงจะไม่พ้นการพยายามปั้นหนังเปิดค่ายให้ทะลุร้อยล้าน แต่จะหมู่หรือหมวด งานนี้ อยากลองให้ทุกท่านได้อ่านรีวิวนี้กันครับ..

‘แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว’ มีตัวละครถือเส้นเรื่องหลัก นั่นคือ ‘เด่นชัย’ หนุ่มไอทีที่มีตัวตนเฉพาะตอนซ่อมคอมให้กับพนักงานอ๊อฟฟิศ โดยองค์แรกของหนังที่ทำการแนะนำให้คนดูได้รู้จักกับตัวละครนี้ ผมอยากจะบอกว่า ตัวละครนี้เป็นตัวละครที่ค่อนข้างมีคาแร็คเตอร์ที่เด่นชัดในตัวของตัวเอง แต่ก็เด่นชัดเฉพาะกลุ่มคนที่เข้าใจความรู้สึกของตัวละครประเภทนี้ หรือกลุ่มคนที่เข้าใจความรู้สึกของคนทำงานแผนกไอทีท่ามกลางฝูงมนุษย์เงินเดือนนับพัน ถ้าใครอยู่ ณ จุดเดียวกับเด่นชัยคงจะอินทะลุโลกกันไม่น้อย ซึ่งผมอินมากด้วยความที่พื้นเพตัวละครเด่นชัยค่อนข้างสะท้อนตัวผมได้อย่างชัดเจนจนเกือบจะเรียกได้ว่า ‘อยากรู้จักผม ให้มารู้จักเด่นชัย’ ในขณะเดียวกัน ตัวละครถือเส้นเรื่องหลักประเภทนี้อาจไม่ถูกจริตอย่างแรงกับหนุ่มผู้มีภูมิฐานสังคมอันงดงาม หรือเรียกง่ายๆ ว่า ถ้าหล่อรวยราวกับถูกหวยชุดใหญ่ตั้งแต่เกิด คงจะไม่มีวันเข้าใจ และไม่มีวันอินไปกับตัวละครนี้ได้เลย ส่วนตัวละครอีกตัวนั่นคือ ‘คุณนุ้ย’ นางเอกของเรื่อง..นางฟ้าของเด่นชัย ก็อาจมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มคนดูเพศหญิงได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าภาพรวมของตัวละครหลักในหนังเรื่องนี้ ถ้าใครเป็นผู้ชาย ก็จะอินไปกับเด่นชัย ส่วนผู้หญิง ก็จะอินไปกับคุณนุ้ย แต่ตัวละครหลักทั้งสองนี้ยังอยู่ในฐานซุ่มเสี่ยง เพราะบางคนที่อิน ก็ถูกขยี้ปมกันกระจุยไปเลย แต่ถ้าไม่เคยมีปมคล้ายๆ กับสองตัวละครนี้ คงจะไม่เข้าใจมิติของทั้งสองตัวละครนี้ได้เลย จนอาจจะกลายเป็นน่ารำคาญไปเสียด้วยซ้ำ

CpAn6fSVUAIX8OV

ขยับออกมาอีกนิด จากความเป็นตัวละคร มาสู่การแสดงของนักแสดงทั้งสอง โดยที่บท ‘เด่นชัย’ ได้ ‘เต๋อ ฉันทวิทย์’ มารับบท ส่วน ‘คุณนุ้ย’ ก็ได้ ‘มิว นิษฐา’ มารับบท ซึ่งการแสดงของทั้งคู่ในครั้งนี้ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่ท้าทายพอสมควร เมื่อคนหนึ่งถูกตราหน้าว่าเล่นเป็นตัวเองมาเกือบทุกเรื่อง ส่วนอีกคนก็ขยับขึ้นจากละครทีวี มาสู่หนังใหญ่ฉายโรง แต่ครั้งนี้ทั้งคู่ก็สามารถคุมคนดูได้อย่างอยู่หมัด

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในด้านของบท อาจจะทำให้ความรู้สึกของหลายๆ คนถูกพลิกล็อกไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อครั้งนี้ ค่ายหนังอารมณ์ดีเจ้า(ไม่)เก่า ไม่ได้กลับมาพร้อมฟีลลิ่งอารมณ์ดีอย่างที่เป็นภาพจำของมหาชนซักเท่าไหร่ แต่กลับมาพร้อมโทนดราม่า เทาๆ ถึงแม้ว่าจะโรยกลิ่นชวนยิ้มและหัวเราะลงไปบ้าง แต่ความรู้สึกระหว่างที่ดูหนังเรื่องนี้ กลับรู้สึกได้ว่า ‘นี่มันมาเพื่อขยี้จี้ปมช้ำใจกันชัดๆ!’ บวกกับน้ำหนักของเนื้อหาในเรื่องที่ยึดเอาเด่นชัยเป็นตัวหลัก ทำให้ ‘แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว’ ไม่น่าจะใช่หนังของคู่รักแฟนกันมาหลายวันที่กำลังจะจูงมือกันไปดูเรื่องนี้ซักวัน แต่มันคือหนังของ ‘หมามองเครื่องบิน’ ที่ควรได้รับการขยี้จี้ปมจากหนังเรื่องนี้กันซักครั้ง

ส่วนตัวผมแล้ว ค่อนข้างตั้งความคาดหวังไว้สูง(ถึงสูงมากๆ) กับหนังเรื่องนี้ตั้งแต่เห็นตัวอย่าง ถึงกับปักธงท้าไว้เลยว่า ‘ถ้าเรื่องนี้ไม่ร้องไห้ เราจะไม่ให้ผ่าน’ แต่เปิดมาองค์แรกที่เป็นช่วงแนะนำตัวละคร ก็ถึงกับต้องยอมว่า ‘โอเค..นายเด่นชัยนี่มันเราชัดๆ เอาล่ะ..ต่อจากนี้นี่คือเรื่องของเรา เราคือนายเด่นชัย เด่นชัยอยากจะทำอะไร ทำไปเลย!! เราไม่ขัดแล้ว’ สรุปแล้วที่บอกว่าถ้าไม่ร้องไห้จะไม่ให้ผ่าน ก็เสียน้ำตาไปถึง 5 รอบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จุดหนึ่งที่อาจจะทำให้หนังเรื่องนี้ไปไม่ถึงฝั่งฝันที่ GDH ยอมทิ้งไพ่เด็ดตั้งแต่เปิดศักราช นั่นคือช่วงสุดท้ายหรือตอนจบของหนังที่อาจเป็นจุดที่คนดูหลายๆ คนจะเถียงกันไปเป็นเดือนแบบ ฟรีแลนซ์ หรือ กวนมึนโฮ