Home Review Sense Review!! : เร็วทะลุเร็ว…มนห์เสน่ห์แห่ง stunt และ effect ที่ถูกลดทอนลงไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า CGI!!

Sense Review!! : เร็วทะลุเร็ว…มนห์เสน่ห์แห่ง stunt และ effect ที่ถูกลดทอนลงไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า CGI!! [C-]

3 1341

ก่อนอื่นก็ขอร่วมรำลึกถึงอา พันนา ฤทธิไกร อีกครั้งนะครับ…

ได้ยินโปรเจคต์นี้มานานมากๆแล้ว จนกระทั่งอาได้จากไป ถึงได้ทราบว่า หนังเรื่องนี้ใกล้ที่จะพร้อมเข้าฉายแล้ว…

และทุกท่านก็จะได้ชมกันในสัปดาห์นี้…

เรื่องราวคร่าวๆ เท่าที่จะจับใจความได้ก็คือ…

2 พี่น้องที่มีอาคอยเลี้ยงดูมา…จนเมื่อเติบโตขึ้นก็เริ่มที่อยากจะตามหาตัวคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา…แล้วคนพี่ก็เลยได้เข้าไปสู่วังวนแห่งโลกสีเทา…และก็ไปช่วยเป้าหมายของตัวเองโดยบังเอิญ ก่อนที่จะเป็นชนวนที่นำพาทั้ง 2 พี่น้องไปสู่คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อแม่พวกเขา…

พยายามแกะเนื้อเรื่องออกมาได้ประมาณนี้นะครับ…เหตุเพราะว่า…หนังเดินเรื่องราวได้สะเปะสะปะเหลือเกิน!!

คือตัวหนังเองพยายามที่จะสร้างปมให้ตัวละครก็จริง แต่ว่าการลำดับเหตุการณ์นั้นดันเกิดขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย…นึกจะทำก็ทำ นึกจะไปก็ไป…ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของหนังแนวนี้ในบ้านเราอยู่แล้วล่ะครับ…

แต่ว่า…ไม่คิดที่จะปรับปรุงบทให้มันดูมีเหตุมีผลกว่านี้เลยเหรอ?

สิ่งที่ผู้สร้างหลายๆเจ้าคิดตรงกันในการสร้างหนังแนวนี้ก็คือ…ยัดฉากบู๊และฉากทำลายล้างมาให้เต็มที่ อย่างอื่นไม่ต้องไปสนแม่ง!!

และ เร็วทะลุเร็ว ก็เป็นหนังไทยแนวนี้อีกเรื่องที่ไม่สามารถหลุดกับดักนี้ได้…

และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ…ฉากดราม่า กลับกลายออกมาเป็นความขบขันไปเสียนี่…ซึ่งเกิดจากหลายองค์ประกอบ ทั้งการดราม่าผิดเวลาบ้าง หรือ จากการแสดงของนักแสดงเองก็ตาม…

ในขณะที่ความสมเหตุสมผลนั้น…อย่าได้คาดหวังเลยครับ…หนังแนวนี้มันไม่เคยมีอยู่แล้ว!!

ในเมื่อเราไม่สามารถที่จะคาดหวังกับบทหนังได้…ก็ต้องข้ามมาว่าที่เรื่องของ ฉากแอ๊กชั่นทั้งหลาย ล่ะครับ…

อย่างที่เราทราบกันดีนะครับว่า พันนา ฤทธิไกร นั้นคือสุดยอดปรมาจารย์ในด้านการแสดงแนวศิลปะการต่อสู้…ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของแกเอง…ทีม stuntman และ การอยู่เบื้องหลังงานสร้าง…

และ เกิดมาลุย คือตัวอย่างของภาพยนตร์ที่ อาพันนา กำกับและทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยนะครับ…

แต่ว่าใน เร็วทะลุเร็ว นั้น…ฉากแอ๊คชั่นส่วนใหญ่ มีความรู้สึกในตอนชมว่า มันมีบางสิ่งที่มันแปลกแยก และ ฉุดรั้งไม่ให้อารมณ์ร่วมในการรับชมนั้นเกิดขึ้นเท่าไหร่นัก…

สิ่งนั้นเรียกว่า…CGI…

หลายๆฉากนั้นมันไม่ควรที่จะต้องใช้ CGI พร่ำเพรื่ออะไรขนาดนั้น…และหลายๆฉากที่ใช้ CGI นั้น…เมื่อได้รับชมแล้วเกิดความรู้สึกว่า…นี่มันเป็นการฆ่าหนังตัวเองชัดๆ!!

อย่างฉากเปิดเรื่องนั้น…ผมเองแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่า…มันจะต้องใช้ CGI กันเยอะขนาดนี้ กับฉากที่มันน่าจะพอสามารถเล่นกันเองจริงๆได้…ซึ่ง CGI นั้นใช้กับ อุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง ที่สำคัญในฉากนั้นนะครับ…

ทำไมผมถึงคิดว่าฉากนั้นสามารถฝึกฝนและเล่นเองได้…เพราะว่า อาพันนา เคยทำแบบนี้มาแล้วใน เกิดมาลุย นั่นเองครับ…เพียงแต่ในเรื่องนั้นต้องยกความดีความชอบให้กับทักษะเฉพาะตัวของนักแสดงเองด้วย…

และหลายๆฉากในเรื่องนั้น ก็ใช้ CGI กันเสียจนยิ่งดูแล้วยิ่งรู้สึกแย่…โดยเฉพาะฉากที่อุตส่าห์ตัดมาโปรโมทอย่าง การต่อสู้บนรถไฟ…

ถ้ามองโลกกันแบบแง่ดีสุดๆก็คือ…CGI ในฉากนั้น ออกมาดีไม่น้อยหน้าฉากรถไฟในเรื่อง The Wolverine เท่าไหร่นัก…

แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น…ฉากที่ว่าจาก The Wolverine มันเป็นอะไรที่ทำออกมาได้สุดจะหลอกตา และ ย่ำแย่แบบสุดๆ!!

ส่วนตัวผมมองว่า…ถ้ามันเสี่ยงเกินไป ก็ไม่จำเป็นต้องทำฉากประมาณนี้เลยก็ยังได้นะครับ…เพราะว่าผลลัพท์ที่ออกมา กลับฉุดหนังให้ดูย่ำแย่ลงไปอีก…

และที่ตลกร้ายกว่าก็คือ…ฉากขายจริงๆของหนังเรื่องนี้อย่าง long take หลักๆทั้ง 2 ฉากนั้น…เป็นฉากที่แทบไม่มี CGI เข้ามายุ่งย่ามเท่าไหร่นัก!! แทบทุกอย่างที่เห็นในฉากนั้น คือ การประสานงานของ คิว stunt และ effect!!

โดยเฉพาะฉาก  long take เดี่ยวลุยเดี่ยว ตอนท้ายเรื่องนั้น…คือสิ่งที่ดีงามที่สุดที่หนังเรื่องนี้จะมีได้!!

ถ้าใครที่ชื่นชอบฉาก long take 4 นาทีในตำนานของ ต้มยำกุ้ง ล่ะก็…ฉากนี้ก็เยี่ยมยอดไม่แพ้กันนะครับ…แม้ว่าจะมีความสมจริงและเป็นเหตุเป็นผลน้อยกว่าก็ตามแต่…

และช่วงฉากหลบกระสุนที่ต่อเนื่องจาก long take ที่ว่านี้ ไปจนถึงฉากถังน้ำมันบนยอดตึกระเบิด…ก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของ effect ที่เซ็ตกันไว้นะครับ…พยายามจ้องจับผิดช็อตที่ปูนกระจายทั้งหลายว่า มันจะเป็น CGI หรือไม่…สุดท้ายก็ต้องยอมรับเลยว่า ดูยังไงมันก็ไม่ใช่…มันคือ effect ทำมือที่เมื่อดึงภาพ slow แบบนั้นแล้วมันโคตรเท่!!

และเมื่อมองย้อนกลับไปในภาพรวมของทั้งเรื่องแล้ว ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเสียดายแบบที่ไม่รู้จะบอกอย่างไรนะครับว่า…

ทำไมไม่เซ็ต stunt และ effect แบบนี้มันทั้งเรื่องล่ะวะ?? ใส่ CGI มาทำไม!!

ผมไม่ได้ต่อต้านว่าการใส่ CGI มันไม่ดีอะไรยังไงนะครับ…เพียงแต่ว่า ถ้ามันเยอะพร่ำเพรื่อเกินไป และ ถ้าไม่สามารถทำให้มันเนียนจนคนดูเชื่อได้ล่ะก็…บางครั้ง อะไรที่มันอาจจะไม่ทันสมัย แต่ผลลัพท์อาจจะออกมาดีกว่าก็เป็นได้…

เร็วทะลุเร็ว แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า…stunt และ effect ที่เซ็ตและวางแผนกันมาดีนั้น…มันยอดเยี่ยมเพียงใด…

อีกจุดที่ค่อนข้างชอบ และ ไม่ชอบ ก็คือเรื่องของ ภาพ และ มุมกล้อง…

มีหลายช็อตที่มีมุมกล้องแปลกๆที่ไม่ค่อยได้พบเห็นออกมาให้ได้ชมกัน…โดยเฉพาะ long take แรกที่ไปลุยร้านอาหาร…มันเป็นฉากที่ทั้งทึ่ง และก็เหวอไปในตัวว่า คิดได้อย่างไรถึงได้ถ่ายออกมาในมุมมองแบบนั้น!!

แต่สิ่งที่ไม่ชอบก็คือ…หลายฉากที่ใส่ slow ถี่ และ บ่อยจนน่าเบื่อ…แถมบางฉากยัง slow จนนึกว่าเป็นหนังของ Michael Bay กันเลยด้วยซ้ำ…ถ้า slow เยอะกว่านี้ก็เป็น Max Payne แล้วล่ะครับ…

ผมไม่แน่ใจว่า ตากล้อง long take นั้นเป็นคนเดียวกับใน ต้มยำกุ้ง หรือไม่นะครับ…แต่ภาพที่ออกมานั้น มันดีมากกว่าที่คิดเยอะเลย…

ในแง่ของการแสดงนั้น…คาดหวังอะไรได้ยากนะครับ กับการที่เอานักแสดงบู๊มาบีบคั้นน้ำตา…

เดี่ยว-ชูพงค์…ก็ยังคงรักษามาตรฐานการดราม่าเอาไว้เหมือนเดิมเด๊ะ…ไล่มาตั้งแต่ เกิดมาลุย, คนไฟบิน และ เรื่องนี้…คือดูอย่างไรก็ไม่ค่อยอินไปกับพี่แกเท่าไหร่…

วุฒิ-นันทวุฒิ…อาจจะไม่ค่อยได้โชว์ฝีมือมากเท่าไหร่นัก แต่ที่น่าผิดหวังก็คือ ฉากดราม่าทั้งหลาย…ที่เขานั้นเค้นออกมามากจนล้นเกินไป…และทำให้ ฉากดรามา กลายเป็น ฉากฮา ไปในบัดดล…

เม-นิศาชล…อาจจะไม่ค่อยได้แสดงฝีมือออกมาเท่าไหร่นัก…แต่การมีอยู่ของเธอในหนัง ช่วยลดบรรยากาศอันตึงเครียดให้เบาลงได้บ้าง…

นุ้ย-เกศริน…ออกมาน้อยไปเล็กน้อย…และได้แสดงฝีมือบู๊จริงๆแค่ฉากเดียว…

พิง ลำพระเพลิง…ตัวละครของพี่แกนั้น ดูมีมิติ และ หนักแน่นที่สุดของหนังเรื่องนี้แล้ว…แกเป็นจุดรวมเรื่องราวทุกอย่างของเนื้อเรื่องเลยก็ว่าได้…และการแสดงของแกนั้น เล่นน้อย แต่ได้มาก จริงๆครับ…

 


 

 

สรุป : เร็วทะลุเร็ว เป็นหนัง แอ๊คชั่นพันธุ์ไทยแท้ ที่อย่ามาคาดหวังเรื่องบท กับการแสดงของตัวนักแสดงเอง…และยิ่งตอกย้ำให้ย่ำแย่ด้วย CGI ที่ไปฉุดรั้งเอาความยอดเยี่ยมของ stunt และ effect ให้ดูหมองค่าลงไป…สิ่งที่ช่วยกู้หน้าได้ก็คือ long take และ ฉากต่อสู้ช่วงท้ายเรื่อง…

เมื่อเทียบกับหนังเรื่องก่อนๆอย่าง เกิดมาลุย นั้น…แม้ว่าฉากบู๊จะเยอะ และ เสี่ยงกว่า…แต่มันกลับออกมาได้ไม่สุดเท่าเพราะ CGI อย่างที่บ่นมาทั้งหมดนั่นแหละครับ…

ปล่อยหัวให้โล่งและไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น…และรอชมฉาก long take ทั้ง 2 ฉากให้ดีๆ…นี่คือความบันเทิงที่เป็นการแสดงความเคารพต่อ อาพันนา ได้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว…แต่จริงๆแล้วมันสามารถดีได้กว่านี้…ซึ่งก็ต้องเป็นการบ้านข้อใหญ่ให้ทีมงานต้องกลับไปคิดให้หนักๆกว่านี้นะครับ…