Home Review Sense On Review!!! Big Hero 6

Sense On Review!!! Big Hero 6

0 1273

คำเตือน
รีวิวนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
และรีวิวนี้อาจจะมีสปอยเนื้อหาบ้างสำหรับผู้ที่ไม่เคยดูมาก่อนขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งอ่านรีวิวนี้..

หากนึกถึงอเมริกาคุณจะนึกถึงอะไร? และถ้าญี่ปุ่นล่ะคุณจะนึกถึงอะไร? ถ้าหากเอาบางสิ่งที่เหมือนกันแต่ต่างสไตล์ทั้งสองชาติมารวมกันจะเกิดอะไรขึ้น? ลองคิดกันเล่นๆว่าถ้าหากเราเอาเซ็นไตหรือขบวนการห้าสีของญี่ปุ่นมาแอคชั่นมันส์ๆระห่ำแตกกันในสไตล์อเมริกันฮีโร่ Big Hero 6 คือเรื่องที่มีสูตรที่ว่ามา….

 Big Hero 6 คือภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่เกิดการร่วมมือกันครั้งแรกโดย2บริษัท นั่นคือสุดยอดอเมริกันฮีโร่ Marvel และสุดยอดแอนิเมชั่น Disney เนื้อเรื่องกล่าวถึงเมืองที่มีชื่อว่า San Fransokyo เป็นเมืองที่ผสมผสานกันระหว่าง San Fransisco ของอเมริกา และTokyo ของประเทศญี่ปุ่น เด็กชายคนหนึ่งนาม Hero Hamada อัจฉริยะตัวน้อยที่มีความรู้เรื่องกลไกและวิศวกรรม วัย14ปี โดยมีพี่ชายนาม Tadashi Hamada นักศึกษาวิศวกรรมที่ออกแบบหุ่นยนต์ตัวหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Baymax โดยจุดประสงค์ของหุ่นยนต์ตัวนี้คือเป็นหุ่นยนต์กู้ภัยนั่นเอง แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อ Hero สูญเสียพี่ชายตนเองจากอุบัติเหตุตึกระเบิดในมหาวิทยาลัย หลังจากเหตุการณ์นั้นฮิโระก็รู้สึกเหงาและเปล่าเปลี่ยว แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจของพี่ชายนั่นคือเจ้าหุ่น Baymax ที่เป็นเหมือนมรดกชิ้นเดียวที่พี่ชายได้มอบไว้ นั่นจึงทำให้ Hero ตัดสินใจสืบว่าสาเหตุการตายของพี่ชายนั้นเกิดจากอะไร โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนอีก4คน นั่นคือ Gogo Tamago,Wasabi No Ginger,Honey Lemon และFanboy Fred โดยใช้ความสามารถทางวิศวกรรมอันแสนฉลาดของ Hero ในการสืบและตามหาต้นตอของการเสียชีวิตพี่ชายที่เป็นปริศนาบวกกับหายนะบางอย่างที่กำลังคืบคลานมายังเมือง San Fransokyo อีกด้วย

Hiro Hamada เด็กอัจฉริยะผู้มีทักษะทางวิศกรรมวัย14ปี ตัวเอกของเรื่องนี้

Hero Hamada เด็กอัจฉริยะผู้มีทักษะทางวิศกรรมวัย14ปี ตัวเอกของเรื่องนี้

Baymax หุ่นยนต์กู้ภัย มรดกชิ้นสุดท้ายที่พี่ชายมอบไว้กับ Hero

Baymax หุ่นยนต์กู้ภัย มรดกชิ้นสุดท้ายที่พี่ชายมอบไว้กับ Hero

Tadashi Hamada นักศึกษาวิศวกรรมผู้สร้าง Baymax และเป็นพี่ชายของ Hero

Tadashi Hamada นักศึกษาวิศวกรรมผู้สร้าง Baymax และเป็นพี่ชายของ Hero

เหล่าผองเพื่อนของ Hero จากซ้าย Honey Lemon,Gogo  Tamago,Baymax,Hero Hamada,Wasabi No Ginger,Fanboy Fred

เหล่าผองเพื่อนของ Hero จากซ้าย Honey Lemon,Gogo Tamago,Baymax,Hero Hamada,Wasabi No Ginger,Fanboy Fred

หน้ากากคาบูกิ ตัวร้ายปริศนาที่ไม่ทราบว่าใครคือผู้สวมหน้ากากนี้

หน้ากากคาบูกิ ตัวร้ายปริศนาที่ไม่ทราบว่าใครคือผู้สวมหน้ากากนี้

สิ่งแรกที่ผมประทับใจคือการตั้งชื่อเมืองทั้งสองเมืองที่ดูเท่และแปลกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้ดูบรรยากาศของเมืองแล้วมันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ ไม่ว่าจะเป็นตึกราบ้านช่อง รถรางของเมืองซานฟรานซิสโก ตรอกซอยแคบๆมืดๆตามสไตล์เมืองโตเกียว หรือสะพานโกลเด้นเกทที่เปลี่ยนหัวสะพานเป็นแบบเสาทางเข้าศาลเจ้าญี่ปุ่นก็ดีไซน์ได้เข้ากันเสียเหลือเกิน เนื้อหาของเรื่องปูทางแบบสไตล์มาร์เวลคือให้รู้ว่าเหตุใดต้องเป็นฮีโร่ หรือเหตุใดต้องเป็นตัวร้าย ซึ่งก็ดูจะเป็นเส้นตรงไปสักนิด มุกตลกเรื่องนี้จัดเต็มฮาๆเพียบ โดยเฉพาะตัวสร้างมุกอย่างแฟนบอย เฟรดที่ปล่อยก๊ากออกมาหลายช็อต หรือมาดซื่อๆแสนกวนของเจ้าเบย์แม็กซ์ก็ทำให้ขำได้ตลอดเรื่องเช่นกัน ตัวละครพริ้วไหวและมีชีวิตชีวามาก ยังคงเส้นคงวารักษามาตรฐานของดิสนีย์อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ความซึ่งและอบอุ่นเรื่องนี้จะเน้นหนักเป็นพิเศษ โดยใช้การกอดเป็นสัญลักษณ์ของการแก้ปัญหาทุกอย่าง รวมไปถึงบทความรักระหว่างพี่น้องที่แสนจะลึกซึ่งและเรียกอารมณ์ได้ในบางมุม และก็ยังมีสิ่งที่หักมุมในบางจุดที่ผมไม่อยากจะเชื่อว่า เฮ้ย!!!จริงหรอ? อีกด้วย โดยรวมเรื่องนี้ถึงแม้จะไม่โหดดิบมันส์สุดเหวี่ยงเหมือนหนังมาร์เวล แต่ก็ยังได้ความอบอุ่นและสนุกสนานแบบเด็กๆในสไตล์ดิสนี่ย์ก็ถือว่าคุ้มเกินพอ….

ตัดสิน
– ข้อดี: เนื้อหาสนุก,มุกตลกเพียบ,กราฟฟิกคงเส้นคงวา,ไอเดียการคิดเมืองที่เท่
-ข้อเสีย : เนื้อเรื่องเส้นตรงนิดหน่อย

คะแนนเต็ม10: 9/10

Big Hero 6 คือการผสมผสานระหว่างอเมริกันฮีโร่ และเซ็นไตของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว สนุก อบอุ่น ประทับใจจริงๆครับ ระหว่างงานกาล่าเสียดายที่มาช้าอดทานอาหารญี่ปุ่นฟรีซะงั้น5555+ และก็ดีใจที่ได้เจออิ๊กคิว Xcross ด้วยนะครับ ต้องขอขอบคุณ ดิสนีย์ไทยแลนด์ที่มอบโอกาสชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยนะครับ