Home News “กีเยร์โม เดล โตโร” ดัดแปลงหนังสือ Scary Stories to Tell in the Dark สู่หนังหลอนที่คอสยองเฝ้ารอ

“กีเยร์โม เดล โตโร” ดัดแปลงหนังสือ Scary Stories to Tell in the Dark สู่หนังหลอนที่คอสยองเฝ้ารอ

0 277

หนังสือชุด Scary Stories to Tell in the Dark คืองานเขียนสุดหลอนที่สร้างความสะพรึงแก่ทั้งเด็กเและผู้ใหญ่รุ่นต่อรุ่น ผลงานของ อัลวิน ชวาร์ทซ์ เรื่องนี้ จึงดูเหหมือนเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบในการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวสุดหลอนหลายเรื่องประกอบกัน ซึ่งนั่นทำให้กระบวนการสร้างเป็นไปอย่างยากลำบาก

“ความงดงามของหนังสือชุดนี้คือแต่ละเรื่องราวมีความสมบูรณ์ในตัวมันเอง แต่นั่นเป็นฝันร้ายสำหรับการดัดแปลงและทำหนังจอเงิน ผมต้องนึกแนวคิดที่รวบรวมแก่นเรื่องนั้น เราพยายามหาช่วงเวลาที่เรื่องราวมีผลต่อทุกคน สถานการณ์ในอเมริกาเป็นอย่างไร และเราก็เริ่มไตร่ตรององค์ประกอบเพื่อทำให้มันเหมาะสมกับเรื่องราวที่เรากำลังเล่าครับ”  กีเยร์โม เดล โตโร ผู้กำกับชื่อดังกล่าวในฐานะแฟนหนังสือและผู้อำนวยการสร้าง  Scary Stories to Tell in the Dark ฉบับภาพยนตร์

เดล โตโร่ ร่วมมือกับสองนักเขียนบท แดน และเควิน เฮจแมน ผสมผสานเรื่องราวอันโดดเด่นเหล่านั้นตามความคิดของพวกเขา ออกมาเป็นหนังสยองขวัญอันประกอบด้วยเรื่องราวน่าสะพรึงกลัวในหลายๆตอน คำถามคือเรื่องราวอะไรบ้างที่จะกลายเป็นหนัง

เดล โตโร บอกว่าหนังจะใช้ประมาณ 5 หรือ 6 ของเรื่องราวสุดฮิตเช่น The Red Spot, Harold, The Big Toe และ The Dream “เราคัดเลือกหลายเรื่องราวในห้อง แล้วเราก็กลั่นออกมาจนได้ประมาณ 5 หรือ 6 เรื่องที่เราชอบมากที่สุด” ทว่าโปรเจกต์นี้ เดล โตโรไม่ได้กำกับเอง เขามอบหน้าที่นี้ให้กับ อังเดร โอเวรดัล ผู้กำกับฝีมือดีจาก Troll Hunter และ The Autopsy of Jane Doe มานั่งแท่นกำกับภาพยนตร์  ซึ่งเขายอมรับว่าเขายังไม่คุ้นเคยกับหนังสือเรื่องนี้เมื่อเดล โตโรส่งบทมาให้

“ผมไม่เคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาก่อนเพราะมันไม่ได้ออกจำหน่ายในนอร์เวย์ ผมชอบบทหนังเรื่องนี้ซึ่งดูเป็นหนังสยองแบบค่าย Amblinซึ่งน่าตื่นเต้นมากๆ  มันเป็นโอกาสที่จะสร้างภาพแสนพิเศษของอเมริกาในยุค 60 เช่นเดียวกับเรื่องราวยอดเยี่ยมเกี่ยวกับตัวละครเหล่านี้ด้วยปีศาจอันน่าทึ่งซึ่งอิงจากหนังสือชุดที่เป็นรู้จักในอเมริกาเหนือ มันเป็นความท้าทายแสนยอดเยี่ยมในฐานะผู้กำกับเช่นเดียวกับการทำหนังที่เป็นไปตามความคาดหวังของทั้งเดล โตโรและคนที่เติบโตมากับหนังสือเหล่านี้ครับ”

นอกจากนี้อีกความพิเศษที่หนังถ่ายทอดไปตามคาดหวังของแฟนหนังสือคือการให้ความสำคัญกับเทคนิคเอฟเฟกต์เพื่อถ่ายทอดความสยองที่เคยเห็นในภาพวาดของสตีเฟ่น แกมเมลล์ให้มีชีวิตขึ้นมาซึ่งนั่นคงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่คุ้นเคยกับผลงานของเดล โตโร แต่เขาจะถ่ายทอดให้เห็นภาพอย่างไร

“สำหรับผมแล้ว ประติมากรก็เหมือนนักแสดง คุณต้องคัดเลือก ผมจึงต้องการประติมากรที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกจริงลงในชิ้นงานให้เป็นรูปร่างของภาพวาด เราจึงใช้ผู้สร้างที่ดีที่สุดหลายๆคนในแวดวงศิลปะเพื่อแปลงภาพวาดแต่ละภาพและทำให้มันมีชีวิตขึ้นมาครับ” เดล โตโรกล่าว ซึ่งนั่นอาจดูง่าย แต่เขาก็เผยว่ามันมีบางอย่างที่พิเศษเกี่ยวกับภาพวาดของแกมเมลล์ซึ่งทำให้กระบวนการสร้างดูยากลำบาก

“พวกเนื้องอกบ้างอะไรแบบนั้นครับ” เดล โตโรกล่าวเมื่อพูดถึงการสร้าง The Pale Lady จากตอน The Dream “สิ่งที่น่ากลัวจริงๆคือตัวละครตัวนี้ดูสงบเสงี่ยมอย่างไร มีความสุขอย่างไร และในคราวเดียวกันนั้น มันมีบางอย่างที่กลวงเปล่าในดวงตาของมัน ดังนั้นเมื่อคุณปั้นขึ้นมาในระดับแบบนั้น คุณกำลังปั้นตัวละคร มันไม่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่มีปีกและฟัน มันคือบุคลิก มันจึงยากมากๆครับ”