Home Exclusive Game On Films!! Fast And Furious On Game

Game On Films!! Fast And Furious On Game

0 1719

หลังจากกระแส Fast And Furious ที่ปล่อยออกมาในภาคที่7 นั้นได้การตอบรับอย่างท่วมท้น ทราบหรือไม่ว่า ในวงการวีดีโอเกมนั้นก็มีเกมแนวแข่งรถที่มีอิทธิพลจากภาพยนตร์เรื่องนี้มากมายหลายเกมด้วยกัน ดังเช่นบทความที่ผมจะเล่ากันในครั้งนี้ เรามาเจาะและรู้รายละเอียดกันว่าเกมแนวRacing หรือแข่งรถไหนนั้นที่มาจากภาพยนตร์เรื่องนี้กันบ้าง

เกมแข่งรถในประเภท Street Racing นั้นเริ่มๆกันมาจริงๆก็สมัยเครื่อง Playstation แรกเลยกับเกมแข่งรถอย่าง Shokuto Battle ที่เป็นแนวดริฟท์รถของญี่ปุ่น หรือเกมอย่าง Option Tunning เป็นต้น หรืออย่างในปี2003 กับเกม Need For Speed Underground เป็นต้นไปที่เรียกได้ว่าเข้าถึงฟิลลิ่งของการเป็น F&F มากๆ แต่เราจะไม่พูดถึงเกมเหล่านั้น เราจะมาพูดถึงเกมที่มาจากภาพยนตร์เรื่องนี้กันว่ามีเกมอะไรบ้าง

เกมแรกที่ทำมาจากภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 2004 เป็นช่วงเวลาที่หลังจาก 2Fast 2Furious ฉายไป โดยตัวเกมเป็นเกมที่อยู่บนแพลทฟอร์มอาเขต หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “เกมตู้” นั่นเอง โดยเกมนี้ถูกพัฒนาโดยทีม Raw Tills และในฝั่งญี่ปุ่นพัฒนาโดย Taito นั่นเอง ตัวเกมเป็นแนว Racing ที่เล่นจบรอบแล้วก็จบกัน มีรถให้ใช้มากมายหลายยี่ห้อง ซึ่งล้วนแต่เป็นรถที่เคยผ่านตามาจากภาพยนตร์แทบทั้งสิ้น แต่สนามของเกมนี้นั้นจะเป็นในรูปแบบของแบบจำลองท้องถนนทั่วโลก ซึ่งทำให้เกมนั้นมีความหลากหลายและไม่ได้ใกล้เคียงกับภาพยนตร์สักเท่าไหร่ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเกมที่ถูกสร้างจากภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ  ตัวตู้เกมนี้มีวางแค่ในเฉพาะโซนอเมริกาเท่านั้นครับ ดังนั้นบ้านเราอาจจะไม่ค่อยได้รู้จักและเห็นกันเท่าไหร่

ถัดมาในปี2006 Fast And Furious: Tokyo Drift ฉาย กระแสของการดริฟท์แบบญี่ปุ่นนั้นได้แพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง ในเดือนกันยายน Bandai Namco ได้ปล่อยเกมที่ทำจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาเช่นกันในชื่อว่า “The Fast And The Furious” โดยลงให้กับเครื่องเกม Playstation2 และ Playstation Portable เนื้อหาของตัวเกมจะคาบเกี่ยวในช่วงของภาค Tokyo Drift ครับ โดยจะเน้นการขับแข่งในประเภททางด่วนตรง และแบบDriftกันตามหุบเขาต่างๆ และมีรถของตัวละครต่างๆในซีรี่ย์นี้อยู่มากมาย ตั้งแต่ Sean Boswell,Twinkie,Mila,Han,DKหรือทาคาชิ ที่มาจากภาค Tokyo Drift รวมไปถึงตัวเอกสำคัญอย่าง Dominic Toretto และ Brian O’Conner ก็มาแจมในเกมนี้ด้วยเช่นกัน ตัวเกมถือว่าทำออกมาได้สนุกใช้ได้ แต่ก็ยังแพ้กระแสเกมแข่งรถอย่าง Grid หรือ Need For Speed อยู่ ถึงแม้ว่าเกมนี้จะกระแสไม่เทียบชั้นรุ่นเดอะ แต่ก็มีคนจดจำในฐานะเกมแข่งรถที่สร้างจากภาพยนตร์ชื่อดัง ดังนั้น Bandai Namco จึงสอบผ่านในการทำเกมนี้ครับ

จากนั้นในช่วงที่ภาค4และ5 ฉายนั้นก็มีเกมที่ทำมาจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาเหมือนกัน แต่เป็นในรูปแบบเกมบนโทรศัพท์มือถือ อย่างเช่นในปี2009 ที่มีการให้ทีมพัฒนาเกมอย่าง I-Play Mobile มาทำเกมนี้ขึ้นมา แต่กระแสสำหรับเกมนี้ก็ยังไม่เข้าตาคอเกมแข่งรถมากเท่าไหร่นักทำให้เกมนี้นั้นแป๊กอย่างไม่ต้องสงสัย

ปี2013 ถือว่าเป็นช่วงที่ภาคที่6 ฉาย ทางทีมพัฒนา Firebrand Games โดยอยู่ภายใต้การจัดจำหน่ายของ Activision ได้ทำเกมในชื่อว่า Fast & Furious Showdown โดยลงบนเครื่องPC,Xbox360,Playstation3,WiiUและ3DS ทางฟากของ Kabam ผู้พัฒนาเกมมือถือก็ได้ทำเกมนี้ออกมาโดยอ้างอิงเนื้อหาในภาคที่6ออกมาด้วย แต่กระแสของภาค Showdownนั้นกลับแย่มากๆ เนื่องจากกราฟฟิกของเกมนั้นทำออกมาได้ห่วยสุดๆ ระบบการเล่นที่มั่วและสะเปะสะปะ จะแข่งรถก็ไม่ใช่จะแอคชั่นก็ไม่เชิง ทำให้ตัวเกมนั้นเจ๊งไม่เป็นท่าไป

และในปี2015นี้ กับช่วงเวลาของภาคที่7ที่กำลังฮิตและบูมสุดๆ ค่าย Kabam ก็ได้ทำเกมที่สร้างจากภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยพอร์ทลงมาสู่เครื่องเกมสมาร์ทโฟน ทั้งในระบบ Android และ iOS โดยใช้ชื่อเกมว่า “Fast&Furious Legacy” โดยตัวเกมนั้นจะให้เราได้ขับแข่งรถต่างๆในรูปแบบออนไลน์กับเพื่อนๆ ด้านเนื้อหามีการรวบรวมจุดสำคัญของภาคต่างๆไว้เช่น แข่งหนีตำรวจในภาค2Fast 2Furious หรือซิ่งดริฟท์แบบภาค Tokyo Drift ก็ทำได้

ตัวเกมนี้สามารถโหลดกันได้แล้วตามลิ้งค์ด้านล่างนี้เลยครับ

http://bit.ly/FuriousLegacy

ถ้านับรวมอย่างเป็นทางการสรุปเป็นไทม์ไลน์ย่อๆสำหรับเกมนี้ก็ได้ออกมาดังนี้ครับ

2004 – The Fast And The Furious [ Arcade Game]

2006 – The Fast And The Furious [PS2/PSP]

2009 – Fast & Furious Mobile Game [ JAVA]

2013 – Fast & Furious Showdown [PC/PS3/WiiU/Xbox360/3DS]

2013 – Fast & Furious 6 [Android/iOS]

2015 – Fast & Furious Legacy [ Android/iOS]

ถ้าพูดกันในมุมของคนเล่นเกมอย่างผม สำหรับผมเวอร์ชั่นในปี2006 และภาค Legacy ทำออกมาได้สนุกสุดแล้ว และถ้าถามว่าอยากจะให้กลับมาทำเป็นเกมอีกหรือไม่? สำหรับผมตอบเลยว่า ปล่อยให้เป็นแบบภาพยนตร์ต่อไปจะดีกว่า เพราะถ้าลงมาจริงๆ เทียบรัศมีรุ่นพี่อย่าง Need For Speed หรือ Grid ได้ยาก และช่วงนี้เกมแข่งรถก็มักจะเน้นไปที่แนวแข่งแบบเซอร์กิตหรือถูกกฏหมาย แต่ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าในอนาคตเราจะได้เห็นเกมแข่งรถที่สมบูรณ์แบบอีกหรือไม่ กาลเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์….