Home Exclusive Ali 2001

[Based On True Story] Ali 2001

0 725

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านครับ

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมาถือว่าเป็นวันที่สูญเสียบุคคลสำคัญของวงการกีฬามวยโลกไปอย่างไม่มีวันกลับสำหรับ มูฮัมหมัด อาลี นักชกเฮฟวี่เวตระดับตำนาน ผู้มีเจ้าของคำนิยามว่า “บินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง” และเป็นไอคอนของใครหลายๆคนในเรื่องของกีฬาหมัดมวยและทัศนคติความคิดความอ่านของเขา จนกลายเป็นบุคคลสำคัญของโลกที่ใครๆ ต่างนำเอาจุดเด่นของเค้ามาเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจ ด้วยสิ่งเหล่านี้จึงเกิดเป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวิตจริงของเค้าเองขึ้นมา ในปี 2001 กับชื่อเรื่องว่า Ali

p6nyV8ljKtiPW8GrnASzC7ERoEs

Ali คือเรื่องราวที่ถูกหยิบยกเหตุการณ์สำคัญในช่วงปี 1964 ซึ่งเป็นช่วงที่มูฮัมหมัด อาลี ยังใช้ชื่อเดิมของเค้าว่า เคเซียส เคลย์ จูเนียร์ จุดเด่นของเคลย์คือลีลาการฟุตเวิร์กที่พริ้วไหวและออกหมัดหนักหน่วง ถึงกับมีนิยามสไตล์การชกเค้าว่า “บินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง”  แต่เค้ามีนิสัยที่เป็นคนโอ้อวดและขี้โม้จึงได้รับฉายาการชกว่าเป็น “สิงห์ขี้คุยแห่งหลุยส์วิลล์” ในการชกชิงแชมป์ครั้งแรกของเค้ากับ ซันนี่ ลินส์ตัน นักชกที่ดำรงตำแหน่งแชมป์โลกในขณะนั้น โดยก่อนชกนั้นเคลย์ได้คุยโวไว้ว่า ตัวเค้านั้นจะน็อคให้ได้ภายในยกที่ 8 และเค้าก็ทำสำเร็จ เคลย์สามารถชนะน็อกลินส์ตันได้ในยกที่ 7 และคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในปี 1964 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกด้วย

 

ซันนี่ ลิสตัน แชมป์โลกที่มูฮัมหมัด อาลีท้าชิงแชมป์ครั้งแรกในปี1964

ซันนี่ ลิสตัน แชมป์โลกที่มูฮัมหมัด อาลีท้าชิงแชมป์ครั้งแรกในปี1964

(ภาพจากภาพยนตร์) อาลีหรือเคลย์ในชื่อเก่า เข้าบุกใส่ลินสตันในแมทช์ชิงแชมป์โลกครั้งแรกในปี1964

(ภาพจากภาพยนตร์) อาลีหรือเคลย์ในชื่อเก่า เข้าบุกใส่ลินสตันในแมทช์ชิงแชมป์โลกครั้งแรกในปี1964

 

หลังจากการชกในครั้งนั้น เคลย์ก็ได้ถูกเลือกให้เกณฑ์ทหารในช่วงสงครามเวียดนาม แต่ทว่าเค้าปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมกับกองทัพ ด้วยเหตุผลที่ว่า ตัวเค้าเองนั้นไม่เคยมีปัญหากับพวกเวียดกง(คำเรียกคนเวียดนามในยุคนั้น) ทำให้ถูกจับดำเนินคดีและสั่งห้ามชกมวยอีกด้วย และด้วยเหตุผลนี้เอง มาร์ติน ลูเธอร์คิง จูเนียร์ได้แสดงความเห็นต่อการต่อต้านสงครามของเป็นครั้งแรกสู่สาธารณะชนอีกด้วย หลังจากที่พ้นโทษเคลย์ก็ได้เข้านับถือศาสนาอิสลามและเปลี่ยนชื่อเป็นมูฮัมหมัด อาลีเป็นเวลาต่อมา โดยการเปลี่ยนชื่อในครั้งนั้นสร้างความตื่นตัวให้กับประชาชนและแฟนมวยอย่างมากมาย  การกลับมาของอาลีทำให้ยิ่งใหญ่อยู่เสมอโดยเค้านั้นได้เข้าชกแมทช์ประวัติศาสตร์หลายๆแมทช์ หนึ่งในแมทช์นั้นคือ The Rumble in the Jungle ซึ่งขึ้นชกกับ โจ ฟราเซียร์ ที่แอฟริกา โดยในการชกครั้งนั้นมีนัยยะทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และผลก็คืออาลีชนะ TKO ในยกที่14 และได้ครองแชมป์โลกสำเร็จ แมทช์ในครั้งนี้ก็สร้างชื่อให้กับ ดอนคิง โปรโมเตอร์จัดงานชกมวยชื่อดังระดับโลกอีกด้วย

(ภาพจริง) มูฮัมหมัด อาลี ชกเข้าใบหน้า โจ ฟราเซียร์ ในแมทช์ Rumble in The Jungle ในปี1974 ถือว่าเป็นภาพประทับใจของคนทั้งโลกอีกภาพหนึ่ง

(ภาพจริง) มูฮัมหมัด อาลี ชกเข้าใบหน้า โจ ฟราเซียร์ ในแมทช์ Rumble in The Jungle ในปี1974 ถือว่าเป็นภาพประทับใจของคนทั้งโลกอีกภาพหนึ่ง

ในภาพยนตร์เรื่อง Ali นี้ ผู้ที่ได้รับบทบาทเป็นมูฮัมหมัด อาลีนั้นก็ไม่ใช่ใคร วิลล์ สมิธนั่นเอง ถือเป็นอีกเรื่องที่วิลล์ สมิธนั้นได้สวมบทบาทเป็นบุคคลสำคัญของโลกอีกคนหนึ่ง นอกจาก Pursuit Of Happyness ที่ได้เคยเสนอไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยในเรื่องนี้ วิลล์ สมิธได้ถ่ายทอดความเป็นนักมวยของอาลีในสมัยนั้นได้น่าประทับใจมากๆ และด้วยการแสดงของวิลล์ สมิธ ทำให้อาลีได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาดารานำชายยอดเยี่ยมในปี 2002 อีกด้วย

วิลล์ สมิธ กับบทบาทของมูฮัมหมัด อาลีในภาพยนตร์เรื่อง Ali ปี2001

วิลล์ สมิธ กับบทบาทของมูฮัมหมัด อาลีในภาพยนตร์เรื่อง Ali ปี2001

ถ้าจะหาจุดน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คงไม่มีอะไรนอกเหนือจากความมีอุดมการณ์และการต่อสู้ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนของตัวมูฮัมหมัด อาลี ที่พยายามจะสร้างสันติและความเท่าเทียมกันในสังคมผ่านหมัดมวยของเค้า ถ้าหากว่าร็อคกี้คือฮีโร่นักมวยในโลกภาพยนตร์ มูฮัมหมัด อาลีก็ถือว่าเป็นฮีโร่นักมวยในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยเช่นกันครับ

 

R.I.P Muhammad Ali