Home Exclusive Sense Special ตอนที่ 4 : นักแสดงมากฝีมือ…

[บทความพิเศษ Interstellar] ตอนที่ 4 : นักแสดงมากฝีมือ…

0 2288

หลังจากที่ในตอนที่แล้วนั้น…เราได้พูดถึงเรื่องราวก่อนที่จะได้เริ่มต้นสร้างภาพยนตร์เรื่อง Interstellar นี้กันนะครับ…

ในตอนนี้เราจะมาพูดถึงเหล่านักแสดงที่จะมาร่วมสร้างสีสันในภาพยนตร์เรื่องนี้นะครับ…

ซึ่งอีก 1 สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของภาพยนตร์ของผู้กำกับ Christopher Nolan นั่นก็คือ…การรวมนักแสดงฝีมือเยี่ยมเอาไว้มากมาย นั่นเองครับ…

และใน Interstellar นี้ก็เช่นเดียวกัน…

หลังจากที่ประกาศว่า Christopher Nolan จะมากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้…อย่างที่บอกไว้ในตอนที่แล้วนะครับว่า พี่แกมาถึงก็รื้อบทเดิม และ ร่างบทใหม่ก่อนเป็นอย่างแรก…

ซึ่งหลังจากที่ประกาศโปรเจคต์นี้ออกมาในเดือน มกราคม 2013…ผ่านไป 2 เดือนก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวในส่วนของนักแสดงออกมาเป็นครั้งแรก…โดยลือกันเอาไว้ว่า ผู้กำกับ Nolan ได้เล็งให้ Matthew McConaughey มารับบทนำของเรื่องนี้…

ก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นจริงในอีกสัปดาห์ต่อมา…Matthew McConaughey คือนักแสดงนำหลักของเรื่องนี้…

 

interstellar-matthew-mcconaughey-3

 

นักแสดงหนุ่มที่กราฟชีวิตการแสดงที่ผ่านมานั้นขึ้นไม่ถึงจุดสูงสุดซักกะที แม้ว่าจะมีหนังที่น่าจดจำหลายเรื่องก็ตาม……เริ่มต้นการแสดงช่วงแรกๆกับหนังฟอร์มเล็กๆอย่าง Dazed and Confused (1993), Texas Chainsaw Massacre: The Next Generation (1994) และ Boys on the Side (1995) ก่อนที่จะเริ่มเป็นที่รู้จักจาก A Time to Kill (1996)…และเคยทะลวงรูหนอนอวกาศมาแล้วใน Contact (1997)…ก่อนที่จะเริ่มโด่งดังขึ้นมาเรื่อยๆจาก rom-com อย่าง The Wedding Planner (2001) และ How to Lose a Guy in 10 Days (2003)…

หลังๆเริ่มถูกจดจำมากขึ้นในฐานะนักแสดงเจ้าบทบาทจาก The Lincoln Lawyer (2011), Magic Mike และ Mud (2012)…ซึ่งในที่สุด เขาก็ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเสียทีจาก Dallas Buyers Club (2013) ที่พาให้เขาคว้า Oscar สาขานักแสดงนำชายมาครองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา…

โดยผู้กำกับ Nolan นั้นได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Mud ที่พระเอกคนนี้แสดง…และชื่นชอบในบทบาทจากเรื่องนี้มากๆ…เมื่อสบโอกาสที่เขามาถ่ายทำ TV series เรื่อง True Detective อยู่นั้น…เขาเลยเชิญชวนให้ น้องแม๊ค เอ้ย!! พี่ McConaughey แกไปพบ…ซึ่ง พี่แม๊ค แกก็เปิดเผยออกมาว่า…

 

“ครั้งแรกที่ผมเจอกับ Nolan เกี่ยวโปรเจคต์นี้…เราไปที่ทำงานของเขา และคุยกันราวๆ 3 ชั่วโมง โดยที่ไม่มีการพูดถึงหนังเรื่องนี้เลยซักคำ…ไม่มีการพูดถึงเลยว่ามันจะเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง…ผมกลับออกมาโดยที่ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวหนังเลยซักนิด…เราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวของชายวัย 40 กลางๆอย่างพวกเรา (ผู้กำกับ  Christopher Nolan และ Matthew McConaughey อายุ 44 ปี เท่ากันนะครับ)…คุยกันถึงเรื่องราวความเป็นพ่อคน…คุยกันเกี่ยวกับลูกๆ…เราคุยกันเกี่ยวกับหนังเรื่องอื่นๆ…การทำงาน…และสัมผัสได้ถึงเซนส์ซึ่งกันและกัน…ผมเดินออกมาแล้วก็ฉุกคิดนิดๆว่า “โอเค…แล้วจะยังไงต่อล่ะ?” ผมคิดว่าเขาอยากจะเห็นว่าตัวตนของผมนั้นเป็นอย่างไรมากกว่า…”

 

ซึ่งผู้กำกับ Nolan ก็ให้เหตุผลในเรื่องนี้ไว้ว่า…

 

“เหตุผลเดียวที่ผมไม่ได้พูดคุยกับเขาถึงเรื่องโปรเจคต์นี้ในตอนแรกที่เจอกันนั้น คือ เราควรที่จะให้ความสำคัญในการวิเคราะห์และศึกษาผู้ร่วมงานของเราว่าจะสามารถทำงานด้วยกันได้ดีหรือไม่ มากกว่าที่จะมานั่งกังวลกับการเจาะจงลงไปในเนื้องานเลยตั้งแต่แรก…ซึ่งผมสนใจมากกับเรื่องที่ว่าเราจะสามารถเข้ากันได้ดีมากน้อยแค่ไหน…ผมหมายถึง คนเหล่านี้ (นักแสดงของเรื่อง) ต่างก็เป็นระดับต้นๆของวงการกันอยู่แล้ว…ซึ่งจริงๆแล้วก็คือการที่ จะทำยังไงให้พวกเขาสามารถร่วมงานกันได้เป็นหนึ่งเดียวกันนั่นแหละ…”

 

และเขายังให้เหตุผลที่เลือก Matthew McConaughey  เอาไว้ว่า…

 

“Mud (บทบาทที่เขาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Mud) นั้นแสดงให้ผมเห็นถึงความสามารถของ Matthew ในด้านหนึ่งที่ผมเองไม่เคยรู้มาก่อน…มันเป็นการแสดงที่สามารถเปลี่ยนสภาพได้…จากครั้งแรกที่ผมได้ชมหนังเรื่องนั้น ผมมองเห็นถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านในว่าเขานั้นยอดเยี่ยมเพียงใด…

ผมต้องการใครสักคนมารับบทบาทแบบ everyman (บทบาทแบบที่ผู้ชมจะสามารถเข้าถึงได้ง่าย และมักจะต้องเผชิญสถานการณ์ที่เหนือกว่าที่จะจินตนาการได้ ซึ่งผู้ชมสามารถที่จะจินตนาการตามได้ง่ายว่าตัวเองจะทำเช่นไรเมื่ออยู่ในสถานการณ์นั้นๆ บางครั้งอาจจะเสมือนเป็น ฮีโร่ ของเรื่อง…ยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็น บทพระเอกจากเรื่อง District 9 หรือ บทบาทของ Steve Rogers ใน Captain America นั่นเองครับ)…ใครสักคนที่จะสามารถทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในเรื่องราวนั้นๆด้วยได้…ตัวเขานั้นเป็นคนที่มหัศจรรย์ และมีเสน่ห์ดึงดูดสูงในหนังเรื่องนี้…การแสดงของเขานั้นเฉียบคมมากขึ้นไปอีก จนแทบจะเรียกได้ว่า ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ เลยล่ะ…”

 

หลังจากที่ได้ Matthew McConaughey มารับบทนำแล้วนั้น…สัปดาห์ต่อจากนั้น ก็ได้สาว แอน หัตถเวช เอ้ย!! Anne Hathaway มาร่วมแสดงนำอีกคนนะครับ…

 

interstellar-anne-hathaway

 

สาวโคตรสวยจาก New York ที่ฉายแววการแสดงมาตั้งแต่สมัยเรียน high school…ปีแรกในการแสดงภาพยนตร์ก็ประสบความสำเร็จพอตัวกับเรื่อง The Princess Diaries (2001) ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 18 ปี…ก่อนที่จะเริ่มโด่งดังขึ้นเรื่อยๆจาก Havoc (2005) และเป็นนักแสดงแถวหน้าในทันทีที่ The Devil Wears Prada (2006) เข้าฉาย…ขึ้นสู่จุดสูงสุดในปี 2012 กับหนัง blockbuster 2 เรื่องอย่าง The Dark Knight Rises และ Les Misérables…ซึ่งเรื่องหลังส่งเธอไปคว้า Oscar สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากบทบาท Fantine…บทเดียวกันกับที่แม่ของเธอเคยเล่นไว้ในฉบับ broadway และเป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากเป็นนักแสดง…

นี่เป็นการร่วมงานกับผู้กำกับ Christopher Nolan เป็นหนที่ 2 แล้ว หลังจากที่เพิ่งมายั่วใจชายในบทบาท Catwoman ใน The Dark Knight Rises ไปหมาดๆ…ซึ่งเธอก็ได้พูดถึงบทหนังเรื่องนี้ว่า…

 

“ฉันว่าฉันเองโชคดีเล็กน้อยนะที่ได้ร่วมงานกับ Chris (Nolan) มาก่อนใน TDKR เลยพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร…มันทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามตัวโตๆขึ้นมาในหัวเลยล่ะ…หลังจากที่ได้อ่านบทแล้ว ฉันได้แต่บอกว่า “มันมหัศจรรย์มาก!! ชักอยากจะเห็นแล้วสิว่าโลกที่ Chris ตั้งใจที่จะทิ้งมันไปนั้นจะเป็นอย่างไร” แล้วคุณก็คิดต่อได้ว่า  “โอ้!! นี่มัน Chris Nolan นะ…เขาทำมันได้แน่ๆล่ะ”…

และหลังจากที่ฉันอ่านบท แล้วพบว่าฉันจะต้องเจอกับบทพูดที่มันสุดแสนจะเป็นวิทยาศาสตร์ขนาดนี้ ฉันก็ได้แต่คิดว่า “โอ้!! ไม่นะ…แล้วฉันจะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรกันล่ะเนี่ย?” และที่สำคัญกว่าก็คือ ฉันจะสื่อสารออกมาอย่างไรให้ผู้ชมนั้นสนุกไปกับมันได้ด้วย…เพราะว่าเมื่อคุณบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางที่ระทึกใจที่สุดของปีนี้ ซึ่งมีศูนย์กลางของเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวฟิสิคส์ของเหล่าดาวเคราะห์ ล่ะก็…ฉันไม่คิดว่าจะมีใครที่จะยอมเชื่อเท่าไหร่หรอกนะ…

ดังนั้นฉันก็เลยต้องหาทางที่จะนำเสนอเรื่องราวที่เป็นวิทยาศาสตร์ขนาดนี้ทั้งหมด ในรูปแบบที่ผู้ชมจะสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ…และผู้ชมก็ยังที่จะสามารถมีส่วนร่วมและสนุกไปกับการเดินทางในครั้งนี้…ซึ่งสำหรับฉันนั้น…ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของ ความรู้สึก ล้วนๆเลยล่ะ…”

 

หลังจากที่ได้ 2 นักแสดงนำแล้วนั้น…ในช่วงเวลาไม่ห่างกันเท่าไหร่…Jessica Chastain ก็เพิ่มมาเป็นสมาชิกคนที่ 3 ของภาพยนตร์เรื่องนี้…

 

JESSICA-CHASTAIN-INTERSTELLAR-facebook

 

California girl ขนานแท้ ที่เรียนจบมาจากโรงเรียนการแสดง…เริ่มต้นจากการมีบทบาทเล็กๆตาม TV series…จนกระทั่งมาแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง Jolene (2008)…และเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในปี 2011 กับผลงานอย่าง Take Shelter, The Tree of Life และ The Help…ก่อนที่จะโด่งดังสุดๆจาก Zero Dark Thirty (2012)…

ด้วยความที่เธอโด่งดังจากหนังนอกกระแส…ทำให้การมาร่วมงานกับ Christopher Nolan ครั้งแรกนี้ เป็นเรื่องที่พิเศษสำหรับเธอ…

 

“เอาจริงๆนะ…ฉันไม่คิดเลยว่า Interstellar นี้มันจะเป็นหนัง blockbuster เลยด้วยซ้ำ…มันแตกต่างออกไป…มันยอดเยี่ยมเพราะว่า Christopher Nolan นั้นเป็นผู้กำกับอินดี้ที่ทำงานให้กับค่ายหนังใหญ่…ใช่แล้วล่ะที่  Interstellar มันเป็นหนังที่ทุนสร้างมหาศาล…แต่ว่านี่มันเป็นเสียงของเขา….คุณจะรู้สึกได้โดยชัดเจนเลยล่ะว่านี่เป็นหนังในแบบของเขาแน่นอน…

ในการทำงานของฉันนั้น สิ่งเดียวที่ฉันไม่ชอบเลยก็คือ การที่มีคนราวๆ 20 คนมาคอยกำกับควบคุมฉัน…ฉันไม่ชอบให้มาทดลองแต่งหน้าหรือทำผมให้คนเหล่านั้นดูก่อน…ตราบใดที่ผู้กำกับนั้นไม่ได้มาบอกหรือสั่งว่าฉันควรที่จะแต่งตัวอย่างโน้นอย่างนี้ ฉันก็ไม่สนใจอะไรหรอก…เพราะว่านั้นมันจะเหมือนว่าฉันกำลังสร้างหนังเพื่อบริษัท…

ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับบทบาทนี้…มันคอยขับเคลื่อนให้ฉันก้าวไปข้างหน้า…และการทำงานกับ Christopher Nolan นั้น มันดูฟังมีน้ำหนักเวลาที่ใครๆบอกว่า เหมือนจะหยุดหายใจเลยเวลาที่อยู่รอบๆตัวเขา…เขานี่แม่งของจริง เด็ดขาด เทคนิคเหลือล้น…และเขายังเป็นผู้กำกับประเภทที่ เมื่อให้คำแนะนำในแอ็คติ้งต่างๆนั้น จะทำให้ความสามารถคุณดีขึ้น…เขาไม่ได้ยัดเอาตัวเขาเองมาใส่ในตัวเรานะ เขาเพียงช่วยให้ตัวคุณเองดีขึ้น…เขาเป็นประเภท ผู้กำกับนักแสดง ประมาณนั้นแหละ…”

 

และเมื่อ Christopher Nolan สร้างหนัง…ชื่อแรกที่แว่บเข้ามาในหัวเลยก็คือ…ปู่ Michael Caine นั่นเองครับ…และเรื่องนี้ ปู่แกก็ไม่พลาด…นี่เป็นการร่วมงานกับผู้กำกับคนนี้เป็นเรื่องที่ 6 แล้ว!!

 

interstellar-michael-caine

 

ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณเยอะสำหรับนักแสดงอาวุโสรายนี้…ผู้ที่แสดงหนังมาแล้วกว่า 7 ทศวรรษ…จนได้รับตำแหน่งเป็นท่าน Sir Michael Caine ไปแล้ว…(ส่วนตัวผมนั้นติดใจบทบาท Charlie Croker จาก The Italian Job ปี 1969 มากเลยนะครับ)

 

“ผมได้ถ่ายทำบางฉากไปที่ Calgary (อยู่ที่ Canada)…และอีกบางฉากที่ Los Angeles…ผมไม่ได้มีบทบาทเยอะในหนังเรื่องนี้หรอกนะ…ผมเล่นในส่วนของศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์…เขา (Christopher Nolan) ได้มอบบทบาทที่ยอดเยี่ยมอีกบทให้ผมเล่นในหนังเรื่องนี้…สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเขาก็คือ เขาจะเขียนบทที่คุณเองจะรู้สึกเชื่อในตัวละครเหล่านั้นจริงๆ…ในบรรดาหนังฟอร์มยักษ์ทั้งหลายในปัจจุบันนี้ บทบาทตัวละครกลับกลายเป็นส่วนที่ผู้สร้างไม่ค่อยให้ความสำคัญกันเท่าไหร่เสียนี่…

คุณใช้เวลาทั้งชีวิตของคุณไปกับการเป็นนักแสดงในภาพยนตร์…ถ้าคุณมัวแต่คิดว่า หนังที่คุณเล่นมันจะต้องฮิต…มันก็จะพลาด…ผมทำหนังมากับ Christopher Nolan แล้ว 6 เรื่อง…และทุกๆเรื่องนั้นมันก็ฮิต…เมื่อใดก็ตามที่เขาถามผมว่า “คุณอยากที่จะมาทำหนังกันไหม” ผมตกลง…เมื่อเขาถามว่า “คุณอยากที่จะอ่านบทก่อนไหม” ผมตอบเขาไปว่า “ไม่ต้องล่ะ”…

มันเป็นอะไรที่เหนือกว่าธรรมดาแล้วล่ะกับการที่เขาจะเขียนบทออกมาในแบบที่ไม่มีใครคาดถึงได้…ยกตัวอย่างง่ายๆเลยก็ตอนที่จะทำ Batman ภาคแรกกัน (Batman Begins, 2005)….ครั้งแรกสุดเลยนั้น เขาเข้ามาหาผมพร้อมกับบท…เขามาหาผมที่บ้าน (ในประเทศอังกฤษ) แล้วก็บอกว่า “ผมมีหนังที่จะทำแล้ว” ผมก็ถามกับว่าเรื่องอะไร…เขาก็ตอบกลับมาว่า “Batman”…ผมก็ตกใจเลย บอกเขาไปว่า “ผมคงแก่เกินที่จะมาเล่นเป็น Batman แล้วล่ะหลานเอ้ย…แล้วอยากจะให้ผมเล่นเป็นใครล่ะ?” เขาก็บอกว่า “ผมอยากให้คุณเล่นเป็นพ่อบ้าน…” ผมก็แปลกใจว่าบทพูดของผมนั้นมันจะออกมาประมาณไหน…”รับประทานอาหารเย็นเลยไหมครับท่าน? ต้องการเครื่องดื่มอะไรด้วยไหมครับท่าน?” เขาก็สวนกลับมาเลยว่า “ไม่หรอก Michael…อ่านบทก่อนเถอะ…” พอผมได้อ่านบทแล้วนั้น บทของผมมันไม่ใช่พ่อบ้านแต่อย่างใด มันเป็นเหมือนพ่อเลี้ยงของ Batman เลยด้วยซ้ำ…ซึ่งก็นั่นแหละ ไม่มีอะไรที่เป็นอย่างที่คุณคิดหรอกสำหรับบทหนังของ Chris…”

 

แต่เราจะได้เห็นท่านเซอร์ในหนังเรื่องถัดไปของ Christopher Nolan อีกหรือไม่นั้น…อาจจะต้องมาลุ้นกันต่อนะครับ เพราะว่าปู่แกเหมือนจะเตรียมวางมือจากการแสดงแล้ว หลังจากที่จบการถ่ายทำเรื่อง Now You See Me 2…

 

นอกจาก 4 นักแสดงเด่นของเรื่องนี้แล้วนั้น…ยังสมทบด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกหลายคนนะครับ…

 

– Mackenzie Foy…หนูน้อยวัย 13 ปีแล้ว กับการแจ้งเกิดมาจาก The Twilight Saga: Breaking Dawn…ก่อนที่จะมีบทบาทเด่นใน The Conjuring…และเรื่องนี้ อาจจะเป็นการยกระดับการแสดงของเธอขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งเลยก็ว่าได้…

 

interstellar-matthew-mcconaughey-mackenzie-foy

 

– Ellen Burstyn…อีก 1 นักแสดงรุ่นใหญ่ ที่มีผลงานมากมาย อาทิ The Exorcist (1973), Requiem for a Dream (2000) …และมี Oscar สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาการันตีอีก 1 ตัว จากเรื่อง Alice Doesn’t Live Here Anymore (1974)…คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันเยอะ…และนี่เป็นการร่วมงานกับ Christopher Nolan เป็นครั้งแรก…

 

– Casey Affleck…น้องชายของ Batman คนล่าสุดที่เมียเพิ่งจะหายไปหมาดๆ (Ben  Affleck)…เล่นหนังมานานแต่ยังไม่ดังเสียที…มีผลงานที่พอจดจำอย่าง Good Will Hunting (1997), The Assassination of Jesse James by the Coward Robert Ford (2007) และ Gone Baby Gone (2007)…อ้อ!! เป็น 1 ในสมาชิกแก๊งค์ Ocean ด้วยนะครับ…^-^

 

– David Gyasi…นักแสดงชาวอังกฤษที่มีผลงานส่วนใหญ่ทาง TV series…ก่อนที่จะเริ่มมีบทบาททางภาพยนตร์มากขึ้นจาก Cloud Atlas (2012) และเคยรับบทเล็กๆใน The Dark Knight Rises มาแล้ว…และบทบาทในภาพยนตร์เรื่อง Interstellar นี้ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการแสดงของเขา…

 

– Wes Bentley…นักแสดงหนุ่มที่แจ้งเกิดจาก American Beauty (1999) ก่อนที่จะมีบทบาทที่น่าจดจำอย่าง Blackheart ในเรื่อง Ghost Rider (2007) และบทบาท ไอ้โรคจิตหน้าหล่อใน P2 (2007)…รวมทั้งบทบาทล่าสุดอย่าง Seneca Crane ผู้สร้างเกมส์ครั้งที่ 74 ใน The Hunger Games (2012)…ซึ่งบทบาทของเขาใน Interstellar นั้นจะน่าสนใจเพียงใด ก็ต้องคอยชมกันนะครับ…

 

– Bill Irwin…นักแสดงตลกที่มีผลงานหลากหลาย ทั้งทางจอแก้ว จอเงิน และ เวที…มีผลงานภาพยนตร์เด่นๆอย่าง How the Grinch Stole Christmas (2000), Lady in the Water (2006) และ Rachel Getting Married (2008)…

 

– William Devane…นักแสดงรุ่นใหญ่ที่มีผลงานทางจอแก้วเป็นหลัก…มีผลงานภาพยนตร์เด่นๆอย่าง Marathon Man (1976) และ Payback (1999)…เคยโผล่มาแว่บๆใน The Dark Knight Rises ด้วยเช่นกัน…

 

– Topher Grace…นักแสดงหนุ่มที่มีผลงานเป็นที่จดจำจาก P.S. (2004)…ก่อนที่จะเริ่มโด่งดังกับบทบาทตัวร้ายอย่าง Venom ใน Spider-Man 3 (2007) และเริ่มเงียบหายไปหลังจาก Predators (2010)…

 

– John Lithgow…อีก 1 หนักแสดงรุ่นใหญ่ที่มีผลงานการแสดงมากมาย…ที่เป็นที่จดจำก็อย่างเช่น Cliffhanger (1993), Rise of the Planet of the Apes (2011) และเป็นเจ้าของเสียงพากษ์ Lord Farquaad ใน Shrek (2001)…

 

– David Oyelowo…1 ในนักแสดงที่มีผลงานน่าจับตามองในช่วงหลังๆ…เริ่มเป็นที่จดจำจาก The Last King of Scotland (2006) และ Rise of the Planet of the Apes (2011)…มีส่วนร่วมในภาพยนตร์อย่าง  The Help (2011), Red Tails และ Lincoln (2012)…ก่อนที่จะเริ่มได้รับบทเด่นใน  Jack Reacher (2012) และ The Butler (2013)…

 

– และคนสุดท้าย…ที่มาแบบพลิกโผเล็กน้อย…1 ในนักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาทแห่งยุค ที่ในภาพยนตร์เรื่อง Interstellar นี้ เขาจะมารับบทเล็กๆ…เล็กจนแทบจะไม่มีชื่อในเครดิทของหนังเลยด้วยซ้ำ…แค่การมีเขาอยู่ในหนังนั้นก็ทำให้น่าสนใจขึ้นอีกพอสมควรเลยนะครับ สำหรับหนุ่ม Matt Damon…ว่าบทบาทรับเชิญเล็กๆของเขานั้น จะมีผลกับเรื่องราวหลักแค่ไหน…

 

ซึ่งเมื่อรวมรายชื่อทั้งหมดด้านบนนี้…มียอดรวมการเข้าชิง Oscar เฉพาะสาขาการแสดงทั้งสิ้น 22 ครั้ง…และมีรางวัล Oscar สาขาการแสดงรวมกันทั้งหมด 5 ตัว…ภาพยนตร์เรื่อง Interstellar นี้จึงเป็นการรวมตัวของนักแสดงมากฝีมือเอาไว้อย่างแท้จริงครับ…