Home Exclusive Sense Special ตอนที่ 3 : กว่าจะได้สร้าง…

[บทความพิเศษ Interstellar] ตอนที่ 3 : กว่าจะได้สร้าง…

4 3319

ภาพยนตร์เรื่อง Interstellar ของผู้กำกับ Christopher Nolan นั้น…มีเรื่องราวที่น่าสนใจหลายๆอย่างเกิดขึ้นมาในช่วงที่โครงการนี้เกิดขึ้นนะครับ…

บางท่านอาจจะพอทราบในบางเรื่อง และ หลายๆท่าน อาจจะยังไม่ทราบเลยก็ตาม…วันนี้ Sense on Films จะขอย้อนทุกท่านกลับไปยังจุดแรกเริ่มของโปรเจคต์ Interstellar นี้กันแบบย่อสั้นๆนะครับ…


 

จุดเริ่มของหนังเรื่องนี้ เท่าที่จะสามารถหาข้อมูลได้ จะไปหยุดที่ปี 1997…ซึ่งในช่วงเวลานั้น Lynda Obst…producer ภาพยนตร์หญิง ได้ร่วมงานกับ ศาสตราจารย์ Kip Thorne ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ ในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Contact ของผู้กำกับ Robert Zemeckis นะครับ…

ซึ่งหลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ได้มีไอเดียร่วมกันว่า “ถ้าเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์หนึ่งทีเกิดขึ้นในส่วนอื่นของจักรวาล แล้วมันส่งผลกระทบในทันทีกับมวลมนุษยชาติ มันจะออกมาเป็นอย่างไร”

จนกระทั่งไอเดียนี้ลอยไปถึงหูของ พ่อมด Steven Spielberg เข้า…ซึ่งทำให้เขาสนใจที่จะเดินหน้าโปรเจคตร์นี้ในช่วงเดือน มิถุนายน ปี 2006…ซึ่งทาง Spielberg และ Paramount Pictures ได้ออกมาประกาศว่าจะสร้างภาพยนตร์ sci-fi ที่มีพื้นฐานมาจากทฤษฎีของ Kip Thorne นั่นเอง…

(ข้อมูลเพิ่มเติมต้องย้อนกลับไปที่ ตอนที่ 1 นะครับ)

แต่ถึงแม้ว่าจะประกาศว่าจะสร้างก็ตามที…แต่ด้วยสไตล์ของป๋าแกครับ…แกก็บอกไว้เพียงว่า มันยังจะไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้แน่ๆ…

จนกระทั่งเดือน มีนาคม 2007…ก็มีข่าวออกมาว่า Jonathan Nolan ที่ทุกท่านรู้จักกันดีในฐานะ น้องชาย และ มือเขียนบทคู่ใจ ของ Christopher Nolan…ก็ได้รับมอบหมายจากลุง Spielberg ให้มาร่างบทหนังเรื่องนี้นะครับ…

Jonathan Nolan ได้ใช้เวลาในการร่างบทหนังเรื่องนี้ให้ลุง Spielberg ถึง 4 ปี!! ซึ่งรวมถึงการไปลงเรียนวิชา ทฤษฎีความสัมพัทธ์ ที่ California Institute of Technology เพื่อทำความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น และนำมาใช้เขียนบทหนังเรื่องนี้!!

นอกจากที่จะลงแรงไปลงเรียนเพื่อเขียนบทหนังเรื่องนี้นั้น ตัวของ Nolan ผู้น้องก็ยังได้แรงบันดาลใจบางอย่างจากภาพยนตร์แนว sci-fi เรื่องอื่นๆที่เข้าฉายในช่วงเวลานั้นอย่าง วัลลี เอ้ย!! Wall-E (2008) และ Avatar (2009) อีกด้วย…

จุดพลิกผันของโปรเจคต์นี้เกิดขึ้นในปี 2008…อันมาจากการที่ DreamWorks Studios ของป๋า Spielberg ได้ตั้งขึ้นมาแทนที่บริษัทเดิมอย่าง DreamWorks SKG โดยมีนายทุนจากอินเดียอย่าง Reliance ADA Group หนุนหลัง…ทำให้เป็นการสิ้นสุดสัญญาที่ทำไว้กับทาง Paramount ไปโดยปริยาย หลังจากที่ ค่ายภูเขาทอง ได้ซื้อ DreamWorks SKG ไปในปี 2005…

และที่แสบกว่าก็คือ…พอถึงปี 2009…DreamWorks Studios ก็ดันไปเซ็นสัญญาระยะยาว ให้ทาง Disney เป็นคนจัดจำหน่ายหนังในค่าย…ซึ่งด้วยความที่โปรเจคต์นี้ได้เริ่มต้นในช่วงที่ DreamWorks ยังดูแลโดย Paramount อยู่นั้น… Paramount ก็อยากที่จะสร้างต่อไป…แต่ป๋า Spielberg ก็ทุ่มเทเวลาให้กับงานส่วนตัวของแกเองในช่วงเวลานั้นอย่าง The Adventures of Tintin และ War Horse (ซึ่งเข้าฉายในปี 2011 ทั้งคู่) และ Lincoln (2012)…ยังไม่นับหนังที่ต้องทำป้อน Disney อีกหลายเรื่อง ที่แกนั่งแท่นเป็น producer…

แน่นอนครับว่าคงจะยากที่จะให้ป๋า Spielberg แกแวะกลับมาดูแลโปรเจคต์นี้ต่อ (เพราะด้วยความที่ลุงแกเป็น จอมโปรเจคต์ คนหนึ่งของวงการ ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีโครงการของแกที่ “ดอง” อยู่ในโหลอีกเพียบ)…ทำให้ Paramount จำใจจะต้องหาใครสักคนมากำกับหนังเรื่องนี้แทน…ซึ่งในปี 2009 นั้น Paramount ที่ดูแลโปรเจคต์นี้อย่างสมบูรณ์ ได้ทำการไล่ทีมงานที่พัฒนาโปรเจคต์นี้มากับป๋า Spielberg ออกไปราวๆ 30 คนอีกด้วย!! เรียกได้ว่าเตรียมยกเครื่องโครงการกันใหม่เลยทีเดียว…

ส่วนตัวของป๋า Spielberg นั้น…ไม่มีการเปิดเผยออกมาว่า แภถอนตัวออกจากโปรเจคต์นี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มีแค่เพียงการประกาศเมื่อปีที่แล้ว ว่าป๋าแกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในหนังเรื่องนี้แล้ว เท่านั้น…

และแน่นอนครับ…เมื่อ Paramount ไปถามความเห็นของ ผู้เขียนบท อย่าง Jonathan Nolan…คงไม่ต้องบอกแล้วใช่ไหมครับ ว่าเขาแนะนำใครให้กับ Paramount…

 

interstellar-christopher-nolan-matthew-mcconaughey

 

ซึ่งตัวของ Nolan คนพี่เองนั้น มีความปรารถนาลึกๆที่อยากจะทำภาพยนตร์แนว sci-fi สเกลใหญ่มาโดยตลอด…และได้รับรู้ถึงโปรเจคต์นี้มาตั้งแต่แรก…จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก ที่เขาจะมาร่วมในโปรเจคต์ Interstellar ในที่สุด…

แต่กว่าที่ Christopher Nolan นั้นจะเข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจคต์นี้ ก็ต้องรอไปถึงปี 2012 เลยนะครับ…เพราะว่าแกยังติดพันกับ Inception (2010) และ The Dark Knight Rises (2012) นั่นเอง…

โดยสิ่งแรกที่ Nolan คนพี่ได้ทำหลังจากที่เข้ามาในโปรเจคต์นี้เต็มตัวแล้วก็คือ…เอาบทของน้องชายตัวเองมาร่างใหม่!! โดยที่ยังคงยึดเนื้อหาบางส่วนจากบทดั้งเดิมที่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2007 ไว้อยู่นะครับ…

และเดือน มกราคม 2013…ก็มีการประกาศออกมาว่า Christopher Nolan จะมากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้!! โดยจะเป็นการร่วมมือสร้างกันระหว่าง Paramount และ Warner Bros.!!

อย่างที่หลายๆท่านทราบกันดีครับ ว่าเหล่าสตูดิโอยักษ์ใหญ่ใน Hollywood นั้นต่างเป็นคู่แข่งกัน…ฉะนั้นการที่ 2 ค่ายใหญ่มาร่วมมือสร้างหนังเรื่องนี้ มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา…

และเบื้องหลังนั้น มันไม่ธรรมดาจริงๆเสียด้วยครับ!!

ด้านบนเราได้บอกไว้แล้วว่า Paramount ได้รับมรดกชิ้นนี้ที่ลุง Spielberg ซึ่งทิ้งเอาไว้…ฉะนั้นแล้ว สิทธิ์การสร้างหนังเรื่องนี้ มันก็ควรที่จะเป็นของ Paramount โดยสมบูรณ์ ใช่ไหมครับ?

ทุกอย่างมันพลิกผันเพราะผู้ชายที่ชื่อว่า Christopher Nolan แต่เพียงผู้เดียวครับ!!

จากผลงานที่ผ่านมา เราก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากนะครับ…และการที่ Nolan ผู้น้อง ได้แนะนำผู้กำกับรายนี้ให้กับทาง Paramount…ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากคนหนึ่งเลยทีเดียว…

แต่ปัญหามันอยู่ที่…Syncopy Films Inc. ของ Christopher Nolan& เมีย (Emma Thomas) นั้นเป็น partner ที่ดีมาตลอดกับทาง Legendary Pictures…ซึ่งเวลานั้น Legendary ก็ได้ทำสัญญาระยะยาวไว้กับทาง Warner Bros. เอาไว้ตั้งแต่ปี 2005…และความสัมพันธ์ก็เป็นไปด้วยดีเหมือนกัน…

ฉะนั้น…ถ้าจะให้ Christopher Nolan มากำกับหนังเรื่องนี้…มันจำเป็นต้องไปเกี่ยวข้องกับ Warner Bros. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างค่าย และ ตัวผู้กำกับรายนี้…

ซึ่งแน่นอนครับว่า Warner Bros. นั้นทำ!! โดยการเจรจากับทาง Paramount ในการร่วมลงทุน และ แบ่งปันผลกำไรในภาพยนตร์เรื่องนี้…โดยในข้อตกลงที่เกิดขึ้นก็คือ Paramount จะเป็นผู้จัดจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ…ในขณะที่ Warner Bros. จะเป็นผู้จัดจำหน่ายไปทั่วโลก…

รวมทั้งยังมีของแถมจากข้อตกลงนี้อีกด้วยก็คือ…Warner Bros. จะยกสิทธิ์ของภาพยนตร์ชุด Friday the 13th ที่New Line Cinema (ภายใต้การดูแลโดย Warner Bros.) ถือครองสิทธิ์เอาไว้ครึ่งหนึ่ง ไปให้ทาง Paramount…รวมทั้งสิทธิ์ครึ่งหนึ่งของภาพยนตร์ชุด South Park ที่จะสร้างในอนาคต…ซึ่งคาดกันว่า Paramount น่าจะได้ถือครองสิทธิ์ใน 2 เรื่องนี้ไปอย่างน้อยๆ 5 ปีด้วยกัน…

และอีก 1 ของแถมที่ล่อใจ Paramount มากๆก็คือ…สิทธิ์ที่จะยอมให้ Paramount มาร่วมลงทุนสร้างหนังระดับ A-list ที่ทาง Warner Bros. มีแผนที่จะสร้างในอนาคต 1 เรื่อง!!

 

friday-the-13th-reboot-2009

(Jason Voorhees : ข้าจะกลับมาแน่ ปีหน้า!! 555555+)

 

เมื่อมองรายละเอียดแล้ว ดีลนี้เรียกได้ว่า เข้าทางทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ…เพราะว่าในส่วนของ South Park นั้น…Warner Bros. เองก็ยังไม่มีโครงการที่จะสร้างภาพยนตร์ภาคต่อแต่อย่างใด…หลังจากที่ดองเอาไว้มาหลายปีแล้ว…

ในส่วนของ Friday the 13th นั้นยิ่งแล้วใหญ่…เพราะว่าเมื่อปี 2010 นั้น Warner Bros. ได้ออกมาพูดว่า ทางค่ายไม่มีความสนใจที่จะสร้างหนังแนวสยองขวัญ rated-R เท่าไหร่นัก…ทำให้โปรเจคต์สยองทั้งหลายแหล่ในค่ายนั้น โดนดองเค็มกันไปถ้วนหน้า…และทาง Paramount (ไม่สิ…ต้องบอกว่า ทาง Michael Bay ต่างหาก) อยากที่จะสร้างหนังจำพวกนี้อยู่…

และพอ Paramount ได้สิทธิ์เต็มตัวใน Friday the 13th มาแล้วนั้น…พี่แกก็จัดการ “reboot” มันอีกรอบ และจะเข้าฉายในช่วงต้นปีหน้า…- -“

กลับมาที่เรื่องนี้กันต่อ…สิ่งที่ดูแล้ว Warner Bros. อาจจะพอเสียเปรียบบ้างก็คงจะเป็นในส่วนของ การร่วมทุนสร้างหนัง นี่แหละครับ…ถ้าเผลอๆ Paramount อยากจะลงทุนใน Justice League ขึ้นมาล่ะก็…Warner Bros. ก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ล่ะครับ…

และเรื่องราวก็ยังไม่หยุดเพียงแค่ Paramount กับ Warner Bros. นะครับ…

อย่างที่เกริ่นไว้ด้านบนว่า Syncopy กับทาง Legendary นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด…และด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่อง Interstellar นี้เป็นสิทธิ์ของ Paramount ในตอนแรก…Legendary จึงไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างแต่อย่างใด…

จนกระทั่งในปี 2013…Legendary ได้ตัดสินใจแยกทางกับ Warner Bros. หลังจากที่การเจรจาต่อสัญญาที่ได้ทำไว้ตั้งแต่ปี 2005 นั้นไม่เป็นผล…โดย Warner Bros. จะดูแลและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ของ Legendary ไปจนถึงปีนี้ (2014) และหลังจากนั้น หนังใหม่ของ Legendary จะไปอยู่ในการดูแลของ Universal Pictures นะครับ…โดยเรื่องสุดท้ายที่จัดจำหน่ายโดย Warner Bros. ก็คือ Godzilla…

ทีนี้ ปัญหาอีกจุดอยู่ที่…Legendary ยังคงเป็น 1 ในผู้ร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์ภาคต่อของ Man of Steel (2013) ซึ่งได้ประกาศสร้างเอาไว้ก่อนหน้าที่ทั้ง 2 ค่ายจะยุติความร่วมมือกัน…ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนั้นคือ Batman v Superman: Dawn of Justice นั่นเอง…

แต่ดูเหมือนว่าทาง Legendary นั้นจะเชื่อมั่นในฝีมือของผู้กำกับ Christopher Nolan กันอย่างเต็มที่…จึงได้เปิดการเจรจากับทาง Warner Bros. และได้ข้อสรุปว่า…Legendary จะร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์เรื่อง Interstellar นี้ประมาณ 25% หรือ มากกว่านั้น…โดยแลกกับการปล่อยสิทธิ์ที่ร่วมถือครองในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Batman v Superman: Dawn of Justice ให้กับทาง Warner Bros. ไป นั่นเองครับ!!

เท่ากับว่าภาพยนตร์เรื่อง Interstellar นี้…เป็นการร่วมทุนสร้างของ Paramount, Warner Bros. และ Legendary นะครับ…

หลังจากที่พวกหัวเรือใหญ่แบ่งเค้กกันลงตัวแล้ว…ผู้กำกับ Christopher Nolan จึงได้เริ่มต้นเปิดกล้องถ่ายทำกันในเดือน สิงหาคม ปีที่แล้ว…และสิ้นสุดการถ่ายทำในเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมา…โดยปักหลักถ่ายทำกันที่ Canada และ Iceland…คาดกันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบในการสร้างสูงถึง 165 ล้านเหรียญ…

 

และเราก็กำลังจะได้ชมกันในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้แล้ว…

 

interstellar-image