Home Exclusive Sense Special ทำไมถึงต้องมี ‘สรรเสริญพระบารมี’ ก่อนชมภาพยนตร์?

ทำไมถึงต้องมี ‘สรรเสริญพระบารมี’ ก่อนชมภาพยนตร์?

0 61426

            ตั้งแต่เกิดมา จนอายุได้ประมาณ 5 ขวบ..ทางบ้านของผมได้พาไปชมภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตที่ได้ดูในโรง นั่นคือ ‘TITANIC’ แต่ก่อนที่ภาพยนตร์จะฉายนั้น..ทุกคนต่างยืนให้กับภาพๆ หนึ่ง ก่อนจะเป็นวิดีโอประกอบเพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ ณ ตอนนั้นผมเองยังไม่เข้าใจว่า ทำไมในโรงภาพยนตร์ถึงต้องมีขั้นตอนนี้? การยืนถวายความเคารพในหลวงมีความเกี่ยวโยงอย่างไรกับการภาพยนตร์?

จนเมื่อผมศึกษาอยู่สาขาภาพยนตร์ในช่วงปีที่ 1 อาจารย์ที่ปรึกษาได้ทำการพาไปทัศนศึกษายังหอภาพยนตร์ ศาลายา จังหวัดนครปฐม ซึ่งที่นั่นเรียกได้ว่า เป็นสถานที่ที่รวบรวมเอาความทรงจำของความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวไทยกับศาสตร์ของภาพยนตร์เอาไว้มากที่สุดในประเทศเลยก็ได้ และแน่นอนว่า ในเมื่อมาถึงที่ที่มีข้อมูลเยอะที่สุดขนาดนี้ หลายคนคงอดที่จะถามไม่ได้ว่า “ทำไมถึงต้องมีการยืนให้กับเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนดูหนัง?” ซึ่งผมและเพื่อนๆ ก็ได้คำตอบดังนี้ครับ..

“ภาพยนตร์” เริ่มเป็นที่รู้จักแก่ปวงชนชาวไทยในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ซึ่งตรงกับช่วงเวลาของ “สงครามโลกครั้งที่ 1” ในสมัยนั้นที่แน่นอนว่าเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารย่อมไม่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าปัจจุบัน วิธีเดียวที่จะทำให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารได้โดยพร้อมเพรียงกัน คือการที่ประชาชนจำนวนหนึ่งเป็นกลุ่มใหญ่จะต้องรับรู้ข่าวสารโดยอยู่ในสถานที่เดียวกัน ได้รับชมภาพ รับฟังเสียงอย่างพร้อมกัน คล้ายกับว่ารับชมข่าวสารทางโทรทัศน์เพียงแต่ การรับชมภาพยนตร์ข่าวสารนั้น จะสามารถกระจายระบบภาพและระบบเสียงได้ดีกว่าทางโทรทัศน์เครื่องเล็กๆ รวมไปถึงการจุคนให้รับรู้ข่าวสารนั้น สามารถจุได้ถึงหลักร้อย ต่างกับโทรทัศน์ที่ไม่เกิน 10 คนก็มองภาพไม่ออก ฟังเสียงประกาศไม่รู้เรื่องเสียแล้ว (ทั้งนี้คงไม่ต้องพูดถึงประสิทธิภาพการกระจายเสียงของวิทยุ) ทำให้ภาพยนตร์ในยุคนั้นถูกนิยามชื่อให้เข้าใจตรงกันว่า “หนังข่าว”

เมื่อทราบถึงจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ในประเทศไทยแล้วว่ามันคือการฉายข่าวบนผ้าใบผืนใหญ่มากกว่าฉายเรื่องราวเพื่อความบันเทิง ก็อาจจะยังเป็นข้อสงสัยอยู่ว่า “แล้วสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์มีที่มาอย่างไร?”

นั่นก็เพราะ หน่วยงานเพียงหนึ่งเดียวในยุคนั้นที่สามารถถือสิทธิ์ในการประกาศข่าวสารใดๆ ให้แก่ราษฎรได้ทราบโดยพร้อมเพรียงกัน นั่นคือ “หน่วยงานราชการ” ซึ่งขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์แต่เพียงพระองค์เดียว เพราะระบอบการปกครองในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นยังเป็นระบอบ “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” นั่นคือ “อาญาสิทธิ์เป็นของกษัตริย์โดยสมบูรณ์” หมายความว่า ผู้ถือสิทธิ์ในการสื่อสารผ่านสื่อช่องทางหลัก ก็คือพระมหากษัตริย์เอง ทำให้การรับชมและรับฟัง “หนังข่าว” นั้น จำเป็นต้องมีพิธีทางราชการประกอบอยู่ด้วย ย่อมทำให้การปิดท้ายการรับชมหนังข่าวนั้น ผู้ชมจำเป็นต้องยืนถวายความเคารพแด่พระมหากษัตริย์ด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น..การยืนถวายความเคารพก็ยังเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการชมภาพยนตร์อยู่ดี แต่ทำไมในปัจจุบันถึงปรากฏขึ้นก่อนชมภาพยนตร์?

เพราะสื่อภาพยนตร์ในปัจจุบันนั้น ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อประกาศข่าวสารบ้านเมืองในยามวิกฤติแบบหนังข่าวแล้ว แต่เป็นสื่อที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง ความจรรโลงใจ หรือการวิพากษ์วิจารณ์สังคม รวมไปถึงการมี “End Credit” ซึ่งหลายคนเลือกจะไม่รอให้ End Credit จบแล้วต่อด้วยการยืนถวายความเคารพแด่เพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้ชมนั้นเลือกที่จะเดินทางกลับบ้านก่อนอย่างเร่งรีบ เพราะฉะนั้น การยืนถวายความเคารพแด่บทเพลงสรรเสริญพระบารมี จึงต้องย้ายมาฉายก่อนรับชมภาพยนตร์ไปโดยปริยาย